Main Menu
Polls
ถ้าเลือกได้ ท่านจะเป็นนักเรียนเหล่าไหน?
 
Login Form



PTT Oil Price
Bangkok Bank Currency Exchange Rate Thai
Welcome to the Frontpage
ธรรมชาติของชัวิตคน ตอน สมการสำคัญของชีวิต PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 05 กันยายน 2011 เวลา 05:46 น.

ธรรมชาติของชีวิตคน ตอน สมการสำคัญของชีวิต

  เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้อบรมนักเรียนที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้าเตรียมทหาร ได้พูดถึง การพัฒนาตนเองให้พร้อมสำหรับการสอบ ได้ให้ข้อสังเกตุที่น่าสนใจและอยากจะมาแบ่งปันให้นักเรียนคนอื่นๆ ที่ไม่ได้มีโอกาสมาเรียนกับเราได้ทราบและนำไปคิดปฏิบัติ หลายคนคงเคยได้เรียนเรื่อง กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ที่ว่า เมื่อมีแรงลัพธ์ที่ไม่เป็นศูนย์มากระทำต่อวัตถุแล้วจะทำให้วัตถุนั้นเคลื่อนที่ด้วยความเร่ง สมการนี้ของนิวตันใช้อธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติ ในทำนองเดียวกัน ในชีวิตคนเรา เมื่อต้องการความเร่งรีบ ก็ต้องใช้แรงเช่นกัน แรงกาย แรงใจ แรงสติปัญญาทุ่มเทลงไป จึงจะเกิดความเร่งได้ ข้อแตกต่างก็มีเพียงแค่ว่า ในเรื่องของนิวตันนั้น แรงทั้งหมดเป็นแรงภายนอก แต่ในชีวิตเรานั้นเป็นทั้งแรงภายนอกและแรงภายในตัวเราเอง ส่วนใหญ่จะเป็นแรงภายในตัวเราเอง ในชีวิตการแข่งขันต่อสู้แย่งชิงทรัพยากรที่มีจำกัดในปัจจุบันแล้ว เราจะชนะคู่แข่งขันได้นั้น เราจะแซงใครไปได้นั้น เราต้องการไปได้ไกลกว่าในเวลาที่เท่ากัน ในเรื่องระยะทางที่เคลื่อนที่ไปสู่จุดหมายปลายทางนั้นมีสมการที่อธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติว่า ระยะทางที่เคลื่อนที่ได้ เท่ากับความเร็วต้นคูณเวลา รวมกับครึ่งหนึ่งของผลคูณของความเร่งกับเวลายกกำลังสอง

ถ้าหากจะเอาการสอบเข้าเตรียมทหารเป็นกรณีศึกษา  ให้จุดหมายปลายทางของเราคือความพร้อมที่มากพอที่จะสอบได้ แต่ละคนจะต้องเดินทางไปให้ถึงจุดนั้นถึงจะสอบได้ ให้ระยะทางที่เดินไปจากจุดที่เราอยู่ตอนเริ่มที่จะเตรียมตัวสอบ ใครพร้อมแค่ไหน? จะอยู่ห่างจากจุดหมายปลายทางเท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับแต่ละคนนะครับ บางคนก็พร้อมมากแล้วก็จะอยู่ใกล้หน่อย บางคนไม่พร้อมเลยก็นอยู่ห่างออกไปจากความพร้อมที่มากพอที่จะสอบได้ ดังนั้นระยะทางที่เราจะต้องไปยังจุดหมายปลายทางนั้นให้เป็น s, ให้ความเร็วต้นที่มีอยู่เดิมของแต่ละคนที่จะเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางเป็น u, ให้ความเร่งที่จะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางเป็น a, และเวลาที่แต่ละคนได้ให้กับการเตรียมตัวเป็น t แล้วเราจะได้สมการของระยะทางที่เราเดินทางไปสู่ความพร้อมที่พอสอบได้นั้นคือ s = ut + 0.5at2

อธิบายความหมายได้ดังนี้ ถ้าเราไม่ให้เวลากับการเตรียมตัวนี้เลย ผลก็คือ เราไม่ได้เดินทางเข้าสู่จุดหมายปลายทางเลย เราจะอยู่นิ่งอยู่กับที่ ไม่ไปไหนเลย มีความพร้อมอยู่แค่ไหนก็จะมีอยู่แค่นั้น ถ้าใครอยู่ที่จุดหมายปลายทางอยู่แล้วในตอนนี้กล่าวคือมีความพร้อมสุดๆ ถึงแม้ไม่ให้เวลากับมันเลยก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ดังนั้นให้เวลากับมันบ้าง ยิ่งมากยิ่งดี 

ส่วน u ความเร็วต้นไปสู่ความพร้อมนั้นหมายถึงความเร็วที่มีอยู่เดิมของเรา จะเห็นว่า หากเรามีความเร็วสู่ความความพร้อมเป็นทุนเดิม เราก็ยังไปสู่จุดหมายปลายทางคือความพร้อมได้ หากไม่มีความเร่ง เราก็ไปได้ระยะทางคูณเวลาที่เราให้ไป ส่วนจะทันกับเวลาที่เหลือหรือเปล่านั้น ถ้าเราอยู่ไม่ห่างจากจุดหมายปลายทางคือมีความพร้อมากพอที่จะสอบได้ ก็ไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้าเรายังอยู่ห่างไกลมาก นั่นแหละ มีปัญหาแน่นอน

ความเร่ง a เป็นความเร่งเข้าสู่ความพร้อมที่มากพอจะสอบได้ ถ้ามีความเร่งสู่ความพร้อมมากเท่าใด เราย่อมไปสู่ความพร้อมสำหรับการสอบมากขึ้นเท่านั้น ถ้าหากต้องการมีความเร่งไปสู่ความพร้อมในการสอบมากๆ แล้วเราจะทำอย่างไร? ความเร่งนี้ขึ้นอยู่กับความเฉื่อยในตัวเราและแรงผลักดัน ถ้าให้ความเฉื่อยในตัวเราเป็น m และ แรงผลักดันให้เราไปสู่ความพร้อมเป็น F นั่นคือบรรดา แรงกาย แรงใจ แรงสมอง สติปัญญา และที่สำคัญ แรงดลบันดาลใจ แรงเหล่านี้รวมกันเป็นแรงผลักดัน เราจะได้สมการ  F = ma  เราจะเห็นว่า ถ้าเรามีความเฉื่อยชามาก ซึ่งรวมไปถึงความขี้เกียจด้วยนะ เราจะต้องใช้แรงผลักดันอย่างมาก ที่จะทำให้เรามีความเร่งสู่ความพร้อมสำหรับการสอบ (a) มากตาม

เราจะเห็นว่า หากเราต้องการแซงคนอื่นเพื่อเข้าเตรียมทหารให้ได้นั้น เราจำเป็นจะต้องทุ่มเทแรงกาย แรงใจ สติปัญญา สร้างแรงดลบันดาลใจ ในการทบทวน อ่านหนังสือ เราจะต้องลดความเฉื่อยลง ลดความเกียจคร้านลงให้มาก แล้วเราจะได้ความเร่งสู่ความพร้อมสำหรับการสอบเข้าเตรียมทหาร ตามสมการ F = ma  เมื่อเรามีความเร่ง a และให้เวลากับการเตรียมตัวสอบให้มากๆ เราก็จะไปสู่จุดหมายปลายทางคือมีความพร้อมสำหรับการสอบได้ทันเวลา ซึ่งเป็นไปตามสมการ s = ut + 0.5at2 

 ใครอยากจะแซงแล้วเข้าวิน จงรีบนำไปคิดทบทวน ท่องให้ขึ้นใจ เอาไว้เตือนสติตนเอง แล้วนำไปปฏิบัติเสียตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ธรรมชาติมันเป็นอย่างนี้ อย่าคิดฝืนธรรมชาติเลย เมื่อรู้กลไกธรรมชาติแล้ว เราจงทำตามกลไกธรรมชาตินั้นเถิด แล้วผลที่ออกมาจะได้ตามที่เราต้องการ  ขอให้ทุกคนมีแรงกายแรงใจแรงสนับสนุนที่ไปในทิศทางที่มุ่งสู่ความสำเร็จที่ตนตั้งไว้ด้วยเถิด

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สมการชีวิต:การเดินทางสู่ความสำเร็จ

 

อ.สมเกียรติ 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 07 พฤษภาคม 2012 เวลา 07:13 น.
 
กำลังรับสมัครนักเรียนในหลักสูตรตลอดทั้งปี 55-56 เทอมแรก PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 19 เมษายน 2010 เวลา 23:12 น.

ด่วน!!! โรงเรียนกวดวิชาเข้าเตรียมทหาร To Be Pre-Cadet กำลังเปิดรับสมัครนักเรียนเพื่อเข้าเรียนในหลักสูตรตลอดทั้งปี เทอมแรก เริ่มเรียนในวันเสาร์ที่ 26 พ.ค. 55  เน้นเรียนวิชาหลักๆ ได้แก่คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ นอกจากเรียนในห้องเรียนแล้วยังมีการบ้านและการทดสอบเพื่อประเมินผลการเตรียมตัวของนักเรียนเป็นระยะๆ และยังมีพลศึกษาเพื่อเตรียมร่างกายให้อีกด้วย นอกจากนั้นยังมีการเตรียมความพร้อมด้านจิตใจให้กับนักเรียน เพื่อให้มีจิตใจเข้มแข็ง อดทน เสียสละ กล้าหาญ เป็นผู้นำ มีคุณธรรม มีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น ฯลฯ อีกด้วย  ค่าเรียน เทอมละ 8000 บาท สนใจติดต่อ อ.สมเกียรติ 08-9772-1252, 08-9500-8677, 0-2886-5279 รีบด่วน รับจำนวนจำกัด 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ 06 พฤษภาคม 2012 เวลา 09:17 น.
 
แนวทางฝึกฝนวิชาการ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย A.Somkiat Sampan   
วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2009 เวลา 23:02 น.

 

แนวทางการฝึกฝนด้านวิชาการ

 

 

 นี่ก็ใกล้สอบเข้ามาอีกแล้ว นักเรียนทั้งหลายมีความพร้อมสำหรับการสอบหรือยังครับ คำตอบจากนักเรียน ก็คงมีหลากหลาย บ้างก็ตอบว่ายังเลยครับ บ้างก็ตอบว่าพร้อมแล้วครับ ก็สุดแล้วแต่ละคน จะพร้อมขนาดไหน ย่อมไม่เหมือนกันแน่นอน อาจารย์เคยกล่าวไว้แล้วว่า ตราบใดที่ผู้คุมสอบยังไม่ได้บอกว่า หมดเวลา ทุกคนเลิกทำ วางดินสอเอามือกอดอก ตราบนั้น นักเรียนก็ยังมีเวลาสำหรับการเตรียมตัวสอบ อยู่ที่ตัวนักเรียนแล้วว่าจะเตรียมตัวกันอย่างไร แนวทางหนึ่งที่จะฝึกฝน เตรียมตัวสอบได้นั้น อาจารย์วิเคราะห์มาจากประสบการณ์ ทั้งการเป็นนักเรียนมาเองและการเป็นครูบาอาจารย์ ก็เห็นแนวทางที่จะฝึกฝน เตรียมความพร้อมสำหรับการสอบ เริ่มจาก การทำความเข้าใจโจทย์ เข้าใจไหมว่าโจทย์ถามหาอะไร เข้าใจไหมว่าโจทย์ให้ข้อมูลอะไรแก่เรา เข้าใจไหมว่าโจทย์นี้เป็นเรื่องอะไร นักเรียนบางคนอ่านโจทย์บางโจทย์แล้วไม่เข้าใจ ก็คงเดาได้ทันทีว่า ไม่รู้จะได้คำตอบที่ถูกต้องได้อย่างไร มีอยู่ทางเลือกเดียวคือ เดาเท่านั้น จุดนี้เป็นจุดแรกที่นักเรียนจะต้องมีขีดความสามารถมากพอที่จะอ่านโจทย์แล้วเข้าใจ บางคนก็มีปัญหาที่ไม่มีสมาธิมากพอที่จะอ่านโจทย์ แยกแยะโจทย์ โดยเฉพาะโจทย์ที่ยาวและสลับซับซ้อน ตรงนี้ต้องฝึกฝนครับ สิ่งต่อมาที่ต้องเน้นคือ องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับโจทย์คำถามนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นสูตร ทฤษฎีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องมี ต้องเข้าใจและต้องจำได้ เมื่อรู้แล้วว่าโจทย์ให้อะไรมา และโจทย์ถามหาอะไร มีข้อเท็จจริง ทฤษฎี สูตรต่างๆ อะไรบ้าง ขั้นต่อไปเป็นการสร้างแนวคิดแก้ปัญหา เป็นการนำเอาข้อมูลที่ให้มาไปใช้ประกอบกับสูตร ทฤษฎี องค์ความรู้ต่างๆ ผู้ที่มีความรู้ดีประสบการณ์มาก ก็จะทำได้อย่างแคล่วคล่อง รวดเร็ว มีเทคนิคลัดขั้นตอน มีเทคติกมากมาย โจทย์เดียว อาจจะมีแนวทางในการแก้หลายแนวทาง แนวทางไหนดีกว่าแนวทางไหน อยู่ที่แต่ละคนจะชอบ จะสามารถเข้าใจได้ และในขั้นตอนสุดท้าย จะเป็นการลงมือทำตามแนวคิดเพื่อให้ได้คำตอบ ในขั้นตอนนี้เป็นการลงมือปฏิบัติจริงๆ บางคนอาจประสบปัญหาอื่นๆ เช่น .สะเพร่า คูณผิด หารผิด คิดเลขช้า ไม่รอบคอบ บางคนคิดเลขเร็วแต่ผิดพลาดบ่อย อย่างนี้นับว่าสร้างความไม่แน่นอนให้กับตัวเอง บางคนคิดช้า ช้ามากเกินไปจนเวลาใกล้หมดแล้วยังทำได้ไม่กี่ข้อ อย่างนี้ก็ไม่ไหว  สำหรับวิชาท่องจำ จะไม่ต้องมีขั้นตอนที่สาม อ่านโจทย์ เข้าใจโจทย์ ถามหาอะไร ให้ข้อมูลอะไรมาบ้าง ถ้ามีองค์ความรู้ มีความเข้าใจในเรื่องนั้นๆ ได้ถูกต้องและจำได้ ก็ตอบได้เลย แต่สำหรับวิชาคำนวณจะต้องมีครบทั้งสี่ขั้นตอน เข้าใจโจทย์-จำสูตร ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องได้-มีแนวคิดแก้โจทย์-ลงมือแก้โจทย์ ทั้งสี่ขั้นตอนนี้จะต้องมีสมาธิมากพอที่จะทำได้ตลอดลอดฝั่ง บางคนมีสมาธิน้อยหรือที่ชอบเรียกกันว่าสมาธิสั้น แค่อ่านโจทย์ยาวๆ ก็ไม่สามารถเข้าใจโจทย์ได้เสียแล้ว อ่านได้หน้าลืมหลัง อ่านกลับไปกลับมา เก็บข้อมูลได้ไม่ครบ ขั้นตอนที่เหลือก็จะเกิดขึ้นอย่างถูกต้องไม่ได้เลย ถ้าทำออกมาส่วนใหญ่ก็มักจะผิด ดังนั้นการมีสมาธิดี จะทำให้เรียนได้ดี สามารถจำบทเรียน สูตร ความรู้ต่างๆได้ดีนอกจากอ่านโจทย์แล้วเข้าใจ การมีสมาธิดีนั้นจะทำให้มีแนวคิดดีๆ จะมีขีดความสามารถในการคิดได้ดี แนวทางแก้โจทย์ได้อย่างแยบยล ได้ลึกซึ้ง ปัญหาชีวิตที่ว่ายากแสนยาก พระพุทธองค์ยังสามารถแก้ได้ด้วยจิตที่มีสมาธิเลยนับประสาอะไรกับโจทย์ง่ายๆ ใช่ไหมครับ นอกจากสมาธิแล้วต้องมีสติด้วย ต้องมีสติคอยกำกับอยู่ตลอดเวลา หากคิดผิด เข้าใจผิด ก็มีสติรู้ว่าผิด บางคนคำนวณเลขผิด ก็ยังไม่รู้ตัวว่าผิด อย่างนี้ใช้ไม่ได้ เมื่อจิตมีสมาธิและสติดีแล้ว จะทำให้การแก้โจทย์ทั้งสี่ขั้นตอนก็จะเป็นไปอย่างสมบูรณ์ อาจารย์จะสอน จะแนะนำ จะให้ลูกศิษย์ได้ฝึกฝนทุกขั้นตอนที่ว่ามานี้ ให้เกิดความเชี่ยวชาญ เกิดความชำนาญ จนทั้งสี่ขั้นตอนที่ว่ามา นักเรียนทำได้อย่างรวดเร็ว เป็นเนื้อเดียวกัน เป็นอัตโนมัติ ใครที่เรียนไม่รู้เรื่อง ใครที่เรียนกวดวิชาที่อื่นแล้วไม่ได้ผล ใครที่มีปัญหาในทุกขั้นตอนที่ว่า เชิญมาเรียน เชิญมาฝึกกับอาจารย์ได้เลยนะครับ ขอเพียงเราเชื่อฟังและทำตามคำแนะนำของอาจารย์ได้รับรอง ได้ผลแน่นอนครับ  ขอให้ฝึกฝนตนเองในทางที่ดีและมีประโยชน์กับตนเองและผู้อื่นนะครับ

อาจารย์ สมเกียรติ สัมพันธ์

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2009 เวลา 14:02 น.
 
ตัวอย่างข้อสอบเข้าเตรียมทหาร PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย A.Somkiat Sampan   
วันศุกร์ที่ 06 เมษายน 2012 เวลา 15:47 น.
ตัวอย่างข้อสอบเข้าเตรียมทหาร พร้อมเฉลย
 
 
และยังมีเทคนิค ข้อแนะนำอีกมากมาย รอคอยท่านอยู่ที่ To Be Pre-Cadet  
 
มาเรียนกับอาจารย์สมเกียรติ มาเอาเทคนิคที่ดีๆ ไป มาซึมซับเอาแต่สิ่งที่ดีๆ ไป  แล้วไปสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าให้กับตนเอง ครอบครัว สังคม และ ประเทศชาติไทยของเราในที่สุด 
  
แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 16 เมษายน 2012 เวลา 11:03 น.
 
สอบไม่ติดอย่าเพิ่งเสียใจ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย A.Somkiat Sampan   
วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2009 เวลา 23:12 น.

 

สอบไม่ติด ไม่ต้องเสียใจ ยังมีหนทางอื่นที่ยาวไกลในชีวิต 

อาจารย์เพิ่งได้รับการติดต่อจากลูกศิษย์เก่าที่เคยเรียนกับเรา แต่เคยพลาดหวังจากการสอบเข้าเตรียมทหารมาแล้ว คนหนึ่งสอบติดวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อีกคนหนึ่งเข้าเรียนพาณิชย์นาวีเรียบร้อยแล้ว และยังมีอีกหลายคนที่กำลังเรียนวิศวะเรียนหมอในระดับมหาวิทยาลัย ทั้งๆที่เคยสอบเข้าเตรียมทหารไม่ติดมาแล้ว อาจารย์อยากจะบอกพวกเราที่สอบไม่ได้และไม่มีโอกาสสอบอีกแล้ว ว่า สอบไม่ติด ไม่ต้องเสียใจมากเกินไป ยังมีหนทางอื่นที่ยาวไกลในชีวิต รอให้ไขว่คว้าอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงก็คือ การสอบแข่งขัน ยังต้องมีการสอบแข่งขันรอคอยอยู่ เราจะต้องใช้ประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ไปจากการเตรียมการสอบเข้าเตรียมทหารนี้ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง คนเราต้องเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตนเอง คนเราจึงจะเจริญก้าวหน้าต่อไปได้ ขอให้มีสติ ขอให้มีเป้าหมาย ขอให้มีใจที่มั่นคง แน่วแน่ เราต้องทำได้ เราต้องทำให้ได้ ดั่งคำขวัญของโรงเรียนที่ว่า If you try hard enough, you can be whatever you want to be. สำหรับพวกเราที่กำลังจะสอบในปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายนปีหน้า ก็อย่าได้ประมาท นิ่งนอนใจ จงพยายามให้ถึงที่สุด ถ้าหากต้องการความช่วยเหลือในการเตรียมความพร้อม ก็อย่าได้ลังเล เราพร้อม ช่วยเตรียมความพร้อมให้!!! ท่านพร้อมหรือยัง??? อาจารย์ขอให้พวกเราทุกคนโชคดีครับ

อาจารย์ สมเกียรติ สัมพันธ์

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2009 เวลา 13:59 น.
 
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 ถัดไป > สุดท้าย >>

หน้า 1 จาก 3
All Rights Reserved © clarinex reverse address phone directory