|
ระบบการเรียน-การสอน-การฝึกฝน-อบรม-การตรวจสอบประเมินผล ระบบทั้งหมดจะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ 1. วัตถุดิบและทรัพยากรที่ต้องใช้ป้อนเข้าไปในระบบ 2. ระบบการเรียน การสอน การฝึกฝนอบรม การตรวจสอบประเมินผลและ 3. ผลที่เกิดกับนักเรียน 1. วัตถุดิบและทรัพยากรที่ต้องใช้ป้อนเข้าไปในระบบ นั้นหมายถึง เงินทุนที่ต้องใช้จ่าย เวลาที่ต้องใช้ กำลังคนที่นับตั้งแต่ผู้บริหารหลักสูตร อาจารย์ผู้สอน ครูผู้ฝึก พ่อแม่ผู้ปกครองและที่สำคัญที่สุด คือ ตัวนักเรียนเอง -เงินทุนที่ต้องใช้จ่าย หมายถึงเงินค่าเล่าเรียนที่ผู้ปกครองต้องจ่ายให้กับโรงเรียนของแต่ละหลักสูตร เงินค่าใช้จ่ายในส่วนของโรงเรียนที่ต้องจ่ายให้กับอาจารย์ผู้สอน ครูฝึก ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ฯลฯ -เวลาที่ต้องใช้ หมายถึง เวลาที่ทั้งระบบต้องใช้ในการดำเนินการ ทั้งตัวนักเรียน ทั้งอาจารย์ ทุกคนต้องใช้เวลาในการดำเนินการทั้งนั้น เวลาเป็นของมีค่านะครับ อย่าคิดว่าไม่มีความหมาย หากไม่มีเวลาแล้ว เราคงทำอะไรไม่ได้ ทำอะไรไม่ทันแน่นอน การสร้างคนต้องใช้เวลาครับ -กำลังคนที่นับตั้งแต่ผู้บริหารหลักสูตร อาจารย์ผู้สอน ครูผู้ฝึก จะอยู่ในส่วนความรับผิดชอบของโรงเรียน ที่จะต้องสรรหาคนเก่ง คนดี คนมีความสามารถและคุณธรรม มาช่วยหล่อหลอมบุตรหลานของท่าน หากพบว่าอาจารย์ท่านใดไม่ได้สอนอยู่ในแนวทางที่ควรจะเป็น เราก็จะเปลี่ยนทันที เราให้ความสำคัญตรงนี้ อาจารย์ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียน และอาจารย์จะเป็นคนสำคัญในการขับเคลื่อนระบบการเรียน การสอน การฝึกฝนอบรมที่ได้วางไว้ -กำลังคนในส่วนของพ่อแม่ผู้ปกครองนั้น จะต้องให้การสนับสนุนนักเรียนอย่างเต็มที่ ให้โอกาสทางการศึกษา คอยอบรมสั่งสอนให้นักเรียนอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง คอยตักเตือนเรื่องการอ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียน ซึ่งเราคิดว่าพ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนเป็นอยู่แล้ว มีเพียงไม่กี่คนที่เราประสบมา ไม่สนับสนุนค่าเรียนให้ลูก บางคนไม่ยอมจ่ายค่าเล่าเรียนของลูก ทำให้ลูกอับอายไม่มีกะจิตกะใจจะสอบ เป็นกังวล ก็จะทำให้ผลที่ลูกได้รับออกมาจากระบบไม่ดีเลย -กำลังคนในส่วนของตัวนักเรียนเองนั้น นับว่าสำคัญที่สุด กล่าวคือ หากวัตถุดิบนี้ดีมากอยู่แล้ว ระบบที่มีอยู่ก็จะทำให้ได้ผลดีออกมาได้อย่างง่ายดาย นั่นเป็นความจริง จะเห็นได้จากโรงเรียนที่มุ่งทำธุรกิจให้มีนักเรียนจำนวนมากๆนั้น จะมีกลยุทธในการดึงเด็กเก่งๆ บางที่ให้เรียนฟรีด้วยการแลกกับการที่ต้องไปสอบทุกที่ที่มีการสอบเช่น สอบเข้าจ่าอากาศ สอบเข้าช่างฝีมือทหาร สอบเข้าเตรียมทหารทั้ง 4 เหล่า หากเวลาอำนวยอาจต้องไปสอบเข้าเตรียมอุดมศึกษาด้วย ทั้งๆที่ไม่ต้องการไปเรียน แต่ต้องไปสอบ เพื่อทางโรงเรียนจะได้นำไปโฆษณาชวนเชื่อว่าลูกศิษย์เก่งสอบเข้าที่นั่นที่นี่จำนวนเท่านั้นเท่านี้ต่อไป สำหรับของเรานั้น เราต้องการนักเรียนที่มีใจรักที่เรียน ตั้งอกตั้งใจฝึกฝนและรักที่จะเป็น เข้าใจในสิ่งที่ให้ทำ และพร้อมยอมรับไปปฏิบัติตามคำแนะนำ พูดง่ายๆคือพร้อมให้เราปั้น เราต้องการจากนักเรียนเท่านี้พอครับ เราไม่ได้คัดเกรดของนักเรียนเหมือนกับบางโรงเรียน แต่เราให้โอกาสกับนักเรียนทุกคน หากทุกโรงเรียนคัดเกรดเด็ก แล้วนักเรียนที่อาจจะปล่อยปละละเลยการเรียนมาก่อน จะไม่มีโอกาสในการกลับตัวกลับใจกันเลย แน่นอนครับว่าเป็นงานยากแน่นอนที่จะพลิกชีวิตคน จากเด็กไม่เรียนหรือเรียนไม่ดี จนเป็นเด็กที่เรียนดีเรียนเก่ง เรายังเชื่อมั่นว่าถ้าเด็กให้ความร่วมมือกับเรา ย่อมสามารถทำได้ครับ มีนักเรียนของเราเกรดไม่ถึง 3 ยังสอบเข้าได้เลยครับ โรงเรียนที่โฆษณาว่าเก่งว่าดี ลองดูสิว่าเขาปั้นเด็กได้จริงหรือเปล่า เท่าที่เห็นก็เป็นเพียงการสร้างภาพหลอกตาชาวบ้านกันทั้งนั้นแหละครับ ไม่ได้สร้างเด็กหรอกครับ เอาแต่งานง่าย คัดเด็กเก่งไป อาจจะถือว่าเป็นโอกาสที่เด็กคิดว่าดีเชื่อว่าดี ก็เลยมีโอกาสคัดแต่เด็กดีๆไปเป็นจำนวนมาก แล้วก็จะดูแลเป็นอย่างดีกับนักเรียนที่มีแววว่าจะสอบติด เมื่อคัดไว้เยอะก็ย่อมมีนักเรียนติดเยอะเป็นธรรมดาครับ ไม่แปลกเลย แต่จะแปลกมากเลยครับที่เด็กเก่งบางส่วนจะสอบไม่ได้ ถ้านักเรียนเก่งแล้วดีแล้ว ไม่ต้องไปเรียนที่ไหนก็สอบติดได้เหมือนกันครับ 2. ระบบการเรียน การสอน การฝึกฝนอบรม นั้นเป็นระบบที่เราออกแบบและพัฒนาขึ้นมา เพื่อพัฒนานักเรียนของเราให้มีความรู้ดี ความคิดดี ความสามารถดี เพียงพอที่จะสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนเตรียมทหารได้ -ระบบการเรียน จะเน้นให้นักเรียนมีความสามารถทำได้ด้วยตัวเองเป็นหลัก โดยเน้นการทำโจทย์ให้มากๆ จะมุ่งพัฒนาให้นักเรียนมีความรู้ในระดับรู้จริงขึ้นไปเป็นอย่างน้อย นั่นหมายถึง รู้พอที่จะทำได้เอง เป็นขั้นที่สูงขึ้นมาจากขั้นรู้ตาม เป็นขั้นที่ขยายผลจากการรู้ตามนั่นเอง เป็นความรู้ที่มากพอที่เราสามารถจะวิเคราะห์ด้วยตัวเองได้ ถ้าจะยกตัวอย่างเกี่ยวกับการเรียน การที่เรารู้จริงนั้นหมายถึงเราสามารถตอบโจทย์ด้วยตัวเอง ไม่ต้องให้ครูมาเริ่มต้นให้ถึงจะทำได้ สามารถเริ่มต้นแก้ปัญหาโจทย์ได้ด้วยตนเอง ตรวจคำตอบได้เองว่าถูกหรือผิด ดังนั้นนักเรียนจะต้องรับผิดชอบที่จะทำใจให้รักที่จะเรียน มีความพึงพอใจที่จะเรียน ขยันที่จะเรียน ขยันที่จะฝึกฝนทบทวน มีจิตใจมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ จะเน้นที่ตัวนักเรียนเป็นหลัก -ระบบการสอน เป็นการสอนที่ให้นักเรียนเรียนรู้ตาม จะเน้นการสอนที่ต้องการให้นักเรียนคิดตาม เน้นให้มีการโต้ตอบกับนักเรียน เน้นให้นักเรียนสามารถสอบถามได้หากสงสัย ไม่เข้าใจ ถึงแม้จะเป็นการสอนในห้องเรียน แต่จะจำกัดจำนวนนักเรียนไม่เกิน 25 คนต่อห้อง จะสอนความรู้พื้นฐานให้นักเรียนเข้าใจบทเรียน ก่อนที่จะสอนเทคนิคลัดขั้นตอน จะสอนให้เห็นหลากหลายรูปแบบและหลากหลายวิธีการจากง่ายไปหายาก จะเน้นการสอนให้นักเรียนเข้าใจก่อนที่จะจำ จะมุ่งให้นักเรียนมีความรู้ขั้น รู้จริง เป็นอย่างน้อย มุ่งที่จะให้นักเรียนยืนบนลำแข้งหรือความสามารถของตนเองให้ได้เร็วที่สุด เพราะนักเรียนที่จะสอบได้นั้นจะต้องมีความรู้อยู่ในขั้น รู้จริงเป็นอย่างน้อยครับ -ระบบการฝึกฝนอบรม การฝึกฝนนั้น มุ่งให้เกิดกระบวนการทบทวน ดึงเอาความรู้ที่มีออกมาด้วยตนเอง มุ่งให้นักเรียนหาจุดที่ตนเองไม่รู้ ไม่เข้าใจด้วยตนเอง หากไม่สามารถทำโจทย์นั้นด้วยตนเองจริงๆ แล้วจึงนำมาถามอาจารย์ เพื่อรับคำแนะนำ ให้ความรู้ ให้เทคนิคเพิ่มเติม จนกว่าจะเริ่มทำได้เอง ทั้งนี้และทั้งนั้น จะมุ่งไปที่การผลักดันให้นักเรียนมีความรู้ในขั้นรู้จริงนั่นเอง -การฝึกพลศึกษา จะมุ่งให้นักเรียนมีความพร้อมด้านร่างกาย ซึ่งมีความสำคัญในการสอบรอบสองที่มีการทดสอบร่างกายในหลายสถานี นับตั้งแต่การวิ่งระยะสั้น 50 เมตร ระยะยาว 1000 เมตร ดึงข้อ กระโดดไกล วิ่งเก็บของ ยืดตัว ลุก-นั่งและว่ายน้ำ อีกทั้งเมื่อเข้าไปเป็นนักเรียนเตรียมทหารแล้วจำเป็นต้องมีร่างกายที่พร้อมนั่นเอง -การอบรม จะมุ่งปลูกฝังอุดมการณ์การเป็นทหาร-ตำรวจ อุดมการณ์เสียสละเพื่อส่วนรวม เพื่อประเทศชาติ เป็นการแนะนำให้นักเรียนได้รู้ได้เข้าใจในสิ่งที่ตนเองจะไปเป็น หากค้นพบตัวเองได้ก่อนว่าอยากเป็นจริงๆหรือไม่ ย่อมเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย ทั้งผู้ปกครองและอาจารย์คงไม่อยากให้เกิดเปลี่ยนใจกันกลางคันเมื่อเข้าไปเป็นนักเรียนทหารแล้ว ณ วันนั้น นักเรียนก็คงไม่มีความสุข ความพอใจ ความภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนเองเป็นอยู่ แต่เมื่อต้องเปลี่ยน ก็คงต้องเปลี่ยนแหละครับ แต่น่าเสียดายเวลาที่ผ่านไป เสียดายโอกาสทั้งตัวเองและผู้อื่น โอกาสของตัวเองที่น่าจะไปได้ดีในหนทางอื่นนานแล้ว เสียดายโอกาสของคนอื่นที่เขาอยากมาเป็นใจแทบขาดแต่ตัวเราได้กันที่นั้นเอาไว้ก่อนแล้วสุดท้ายเราก็ทิ้งมันไป ที่นั้นอาจจะเป็นที่สำหรับคนที่จะมีโอกาสเข้าไปรับผิดชอบกองทัพและประเทศชาติก็ได้นะครับ นั่นคือกองทัพและประเทศชาติเสียโอกาสนั้นไปด้วย เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องให้แน่วแน่ก่อนที่จะสอบนะครับ -การปลูกฝังความรับผิดชอบ ด้วยการมอบหมายให้ผลัดกันรับผิดชอบหน้าที่หัวหน้าห้องเรียน หัวหน้าห้องนอน ต้องฝึกให้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย จะเต็มใจหรือไม่เต็มใจ ก็ต้องฝึกกัน แต่เราจะไม่มีการฝึกแถวชิด ไม่มีการ "ซ่อม" นะครับ การปลูกฝังความรับผิดชอบต่อตนเองนั้น จะมีระบบการตัดคะแนนความประพฤติ โดยมีบทลงโทษกำกับไว้ สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบที่ตั้งไว้ ทั้งนี้เป็นการฝึกให้นักเรียนรู้จักรับผิดชอบในการกระทำของตนเอง รู้จักระมัดระวังตนเอง รู้จักสำรวจตรวจสอบตนเองอยู่เสมอ และที่สำคัญ นักเรียนจะมีความรับผิดชอบตนเองเพิ่มมากขึ้น ก่อนที่จะไปรับผอิดชอบต่อคนอื่น ต่อส่วนรวม จำเป็นจะต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเองให้ดีเสียก่อน -ระบบการตรวจสอบประเมินผล นั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้บริหาร อาจารย์ นักเรียน ผู้ปกครองได้ตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นว่าตรงตามที่ต้องการหรือไม่ ได้ผลหรือไม่ได้ผลอย่างไร มีปัญหาข้อขัดข้องใดบ้าง อะไรที่ต้องเร่งรีบแก้ไข ปรับปรุงโดยเร่งด่วน ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะได้ไปปรับปรุง พัฒนา และแก้ไขในส่วนของตนเองต่อไป -จะมีการทดสอบประเมินผลอยู่เป็นประจำ เพื่อให้นักเรียนรู้ว่าส่วนใดตนเองยังไม่เข้าใจ ส่วนใดยังบกพร่อง รวมทั้งเรื่องการบริหารเวลา ทำทันหรือไม่ เพื่อให้อาจารย์ทราบถึงระดับความรู้ความเข้าใจของนักเรียน เพื่อนำไปปรับการสอนเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับนักเรียน และที่สำคัญเป็นกระบวนการกระตุ้นนักเรียนให้มุ่งมั่นเพิ่มเติมให้มากขึ้น -การประเมินการเรียนสอนด้วยการสอบถามนักเรียนทั้งตอบแบบสอบถามและสัมภาษณ์ตัวต่อตัว เพื่อนำไปปรับปรุง-พัฒนา-แก้ไขทั้งระบบให้ดียิ่งๆขึ้นไป 3. ผลที่เกิดกับนักเรียน ย่อมสำคัญที่สุด ผลอันดับแรกคือนักเรียนต้องสอบเข้าเตรียมทหารได้ สอง นักเรียนต้องเป็นคนเก่ง คนดี มีความรู้ความสามารถและคุณธรรม นั่นคือ ระบบการเรียน-การสอน-การฝึกฝน-อบรม-การตรวจสอบประเมินผล ที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นมาสำหรับการเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนของเรา จะเห็นว่ามีหลายจุดที่ต้องระมัดระวัง มีหลายสิ่งที่จะทำให้ผลที่ออกมาไม่ได้ครบตามที่ตั้งใจไว้ ด้วยระบบที่มีอยู่นี้ เรากล้ารับประกันว่าถ้าเราได้วัตถุดิบที่สำคัญคือนักเรียนที่ดี พร้อมที่จะยอมให้ปั้น เราทำได้แน่นอน แต่ก็อีกนั่นแหละครับ อาจารย์เคยคิดจะคัดเด็กเหมือนกัน แต่มีวันหนึ่งเมื่อหลายปีที่ผ่านมา มีผู้ปกครองมาเล่าให้ฟังว่าลูกของเขาเพิ่งถูกโรงเรียนแห่งหนึ่งไล่กลับบ้านทั้งๆที่ แค่ไปสมัครเรียน ยอมเสียเงินเรียนเท่าไหร่ ไม่ได้เรียนฟรี แต่เพราะลูกเขามีเกรดไม่ถึง 2.5 จึงถูกปฏิเสธ ไม่ให้แม้โอกาสที่จะได้เรียน กลับถูกบอกว่าเกรดอย่างนี้กลับไปเถอะอย่าคิดสอบเลย สอบไม่ได้หรอกและโรงเรียนเขาก็รับเด็กเกรดตั้งแต่ 3.0 ขึ้นไปเท่านั้น อาจารย์จึงเก็บเอาความรู้สึกของผู้ปกครองท่านนั้นมาคิดโดยตลอด นั่นเป็นส่วนหนึ่งของแรงดลบันดาลใจที่จะดำเนินการในลักษณะที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เมื่อเราร่วมมือกัน เราย่อมทำได้แน่นอน ถึงแม้ว่านักเรียนจะสอบไม่ได้ทุกคน แต่ทุกคนจะผ่านการฝึกฝนอบรม เป็นคนดี คนเก่ง คนมีความรู้ความสามารถและมีคุณธรรมประจำใจ รู้จักสำรวจตรวจสอบตนเองและมีใจเป็นนักพัฒนาตนเองอยู่เสมอ มีความรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวม
|