|
การสอบคัดเลือกเข้าเตรียมทหาร |
|
|
|
|
เขียนโดย A.Somkiat Sampan
|
|
วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2009 เวลา 00:27 น. |
การสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร การสอบคัดเลือกกระทำเป็นสองรอบ ดังนี้ ๑ การสอบรอบแรก เป็นการสอบภาควิชาการ วิชาที่สอบได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทยและสังคมศึกษาตามหลักสูตรไม่เกินชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ (ม. ๓) ของกระทรวงศึกษาธิการ มีรายละเอียดดังนี้๑.๑ วิชาคณิตศาสตร์ (คะแนนเต็ม ทบ.๒๒๐,ทร.๒๒๕,ทอ.๒๒๐,ตร.๒๐๐ คะแนน) เนื้อหาวิชาครอบคลุมความรู้ระดับมัธยมตอนต้น๑.๒ วิชาวิทยาศาสตร์ (คะแนนเต็ม ทบ.๒๒๐,ทร.๒๒๕,ทอ.๒๒๐,ตร.๒๐๐ คะแนน) เนื้อหาวิชาครอบคลุมความรู้ระดับมัธยมตอนต้น๑.๓ วิชาภาษาอังกฤษ (คะแนนเต็ม ทบ.๑๕๐,ทร.๑๕๐,ทอ.๑๔๐,ตร.๑๕๐ คะแนน) เนื้อหาวิชาครอบคลุมความรู้ระดับมัธยมตอนต้น๑.๔ วิชาภาษาไทยและสังคมศึกษา (คะแนนเต็ม ทบ.๑๑๐,ทร.๑๐๐,ทอ.๑๒๐,ตร.๑๕๐ คะแนน) เนื้อหาวิชาครอบคลุมความรู้ระดับมัธยมตอนต้น โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จะคัดเลือกผู้ที่สอบภาควิชาการผ่าน โดยคัดเลือกจากผู้ที่ได้คะแนนภาควิชาการรวมสูงสุดมาตามลำดับไว้จำนวนหนึ่ง แล้วประกาศรายชื่อเพื่อให้เข้าสอบรอบสองต่อไป ๒ การสอบรอบสอง เป็นการตรวจร่างกาย ตรวจสอบประวัติ ทดสอบบุคลิกภาพ สอบพลศึกษา สอบสัมภาษณ์ และวัดขนาดร่างกาย มีรายละเอียดดังนี้๒.๑ การตรวจร่างกายและตรวจสอบประวัติผู้สมัครจะต้องเข้ารับการตรวจร่างกาย ตามสถานที่ วัน เวลา ที่จะประกาศให้ทราบ ผู้ไม่ไปรับการตรวจร่างกายถือว่าสละสิทธิผลการตรวจร่างกาย ถือความเห็นของคณะกรรมการคัดเลือกเป็นเด็ดขาด จะไม่รับพิจารณาผลการตรวจร่างกายที่ผู้สมัครได้รับการตรวจ หรือได้รับใบรับรองผลการตรวจโรคจากที่อื่นมาแสดงนอกจากการตรวจร่างกายแล้วจะมีการฉาย X – RAY ตรวจโลหิต ตรวจปัสสาวะและอื่น ๆ ผู้สมัครจะต้องชำระค่าตรวจร่างกายตามที่คณะกรรมการแพทย์กำหนด ในกรณีที่แพทย์ต้องการตรวจพิเศษ นอกเหนือจากการตรวจธรรมดาผู้รับการตรวจจะต้องออกค่าใช้จ่ายเองสำหรับเหล่าตำรวจ ในวันตรวจร่างกายจะทำการพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้สมัคร เพื่อตรวจสอบประวัติไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และยังต้องตรวจสอบไปยังสถานีตำรวจท้องที่ที่ผู้สมัครมีภูมิลำเนาอยู่อีกทางหนึ่งด้วย หากผู้ใดมีประวัติเคยถูกลงโทษหรือความประพฤติไม่ดีตามที่กำหนดไว้ในเรื่องของคุณสมบัติ จะถูกตัดสิทธิไม่ให้เป็นผู้สอบคัดเลือกได้คำเตือน(๑) ในตอนเช้าวันตรวจร่างกาย ไม่ควรรับประทานอาหารหวานจัด เพราะอาจทำให้ตรวจพบน้ำตาลในปัสสาวะ(๒) ก่อนตรวจร่างกาย ห้ามรับประทานยาแก้ไอทุกชนิด หรือยากระตุ้นกำลัง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความผิดปกติทางหัวใจ และหลอดเลือดได้(๓) ห้ามผู้สมัครใส่ CONTACT - LENS ไปตรวจสายตา๒.๒ การทดสอบบุคลิกภาพ ไม่มีคะแนนถือเกณฑ์ ได้ – ตก โดยใช้แบบทดสอบที่คณะอนุกรรมการกำหนด๒.๓ การสอบพลศึกษา เป็นการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย มีคะแนนเต็ม (แต่ละเหล่าไม่เท่ากัน) คะแนนที่ได้จะให้ลดหลั่นกันลงตามลำดับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการทดสอบในแต่ละประเภทที่ผู้สอบปฏิบัติได้สำเร็จหรือจำนวนครั้งที่ปฏิบัติ สำหรับผู้ที่ได้คะแนนรวมจาการทดสอบทุกประเภทต่ำกว่าที่แต่ละเหล่ากำหนด หรือสอบว่ายน้ำ ๕๐ เมตร หรือวิ่ง ๑,๐๐๐ เมตร ไม่ถึงหรือทำเวลาไม่ได้ตามที่กำหนดถือว่าสอบตกให้คัดออก (คะแนนผลการสอบพลศึกษาจะไม่นำไปรวมกับคะแนนการสอบข้อเขียน ยกเว้น เหล่าทหารบก ที่จะคิดคะแนนรอบสองเป็น 10% ของคะแนนทั้งหมด)ผู้เข้าสอบจะต้องทำการสอบให้ครบทุกประเภท ถ้าขาดสอบประเภทใดประเภทหนึ่ง ถือว่าสอบตกและจะตัดสิทธิไม่รับเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร โดยไม่คำนึงถึงคะแนนการสอบข้อเขียน ประเภทที่สอบและเกณฑ์การให้คะแนนมีดังนี้(๑) ดึงข้อราวเดี่ยวท่าเตรียม ให้ผู้ทดสอบจับราวเดี่ยวแบบมือคว่ำกำรอบ ปล่อยตัวให้ตรงจนแขน ลำตัว และขาเหยียดตรงท่าปฏิบัติ ให้ผู้ทดสอบทำท่าต่อจากท่าเตรียม โดยงอแขนดึงตัวขึ้นจนคางอยู่เหนือราว แล้วปล่อยตัวลงสู่ท่าเตรียม กระทำติดต่อกันให้ได้จำนวนครั้งที่มากที่สุด ห้ามแกว่งหรือเตะขา หรือหยุดพักระหว่างครั้งนานเกินกว่า ๓ - ๔ วินาที หรือไม่สามารถดึงขึ้นพ้นราวได้ ๒ ครั้งติดต่อกัน หรือดึงขึ้นไม่พ้น ให้หยุดทำการทดสอบถ้าทำได้ ๒๐ ครั้ง จะได้คะแนนเต็มถ้าทำได้ ๗ ครั้ง จะได้คะแนนครึ่งหนึ่ง(๒) ลุกนั่ง ๓๐ วินาทีท่าเตรียม ผู้ทดสอบนอนหงาย เข่าทั้งสองงอเป็นมุมฉาก เท้าทั้งสองวางห่างกันพอประมาณ ฝ่ามือทั้งสองประสานกันที่ท้ายทอย ผู้ช่วยคุกเข่าบนปลายเท้าของผู้ทดสอบโดยเอามือทั้งสองกดข้อเท้าของผู้ทดสอบไว้ให้ส้นเท้าติดพื้นท่าปฏิบัติ เมื่อได้ยินสัญญาณเริ่ม ให้ผู้ทดสอบลุกขึ้นสู่ท่านั่งพร้อมกับก้มศีรษะลงระหว่างเข่าทั้งสองให้แขนทั้งสองแตะกับเข่าแล้วกลับลงนอนสู่ท่าเตรียมจนศอกแตะกับพื้น ทำเช่นนี้ติดต่อกันให้ได้จำนวนครั้งมากที่สุดภายใน ๓๐ วินาที ในขณะปฏิบัตินิ้วมือประสานที่ท้ายทอยตลอดเวลา และขณะที่ลุกขึ้นสู่ท่านั่งห้ามเอนตัวไปมาถ้าทำได้ ๒๕ ครั้ง จะได้คะแนนเต็มถ้าทำได้ ๑๙ ครั้ง จะได้คะแนนครึ่งหนึ่ง(๓) ยึดพื้นหรือดันข้อท่าเตรียม ผู้ทดสอบนอนคว่ำมือยันพื้น แขนทั้งสองเหยียดตรงห่างกันพอประมาณ ลำตัวเหยียดตรงปลายเท้าจรดพื้นเงยศีรษะขึ้นท่าปฏิบัติ ผู้ทดสอบทำต่อจากท่าเตรียม โดยยุบแขนทั้งสองข้างลงพร้อมกันให้บริเวณหน้าอกแตะพื้น แล้วดันลำตัวขึ้นกลับสู่ท่าเตรียม ทำเช่นนี้ให้ได้จำนวนครั้งมากที่สุด ห้ามทำตัวแอ่น หรือเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง หรือแขนทั้งสองข้างขึ้นไม่พร้อมกัน หรือหยุดพักระหว่างครั้งนานเกินกว่า ๓ - ๔ วินาที หรือไม่สามารถดันขึ้นสู่ท่าเตรียมเกินกว่า ๓ - ๔ วินาที ให้หยุดการทดสอบถ้าทำได้ ๕๔ ครั้ง จะได้คะแนนเต็มถ้าทำได้ ๒๗ ครั้ง จะได้คะแนนครึ่งหนึ่ง(๔) วิ่งระยะสั้น (๕๐ เมตร)ท่าเตรียม ผู้ทดสอบยืนอยู่หลังเส้นเริ่มในสู่วิ่งของตนเองพร้อมจะปฏิบัติท่าปฏิบัติ เมื่อได้ยินสัญญาณให้ผู้ทดสอบเริ่มวิ่งอย่างเร็วออกจากเส้นเริ่มจนผ่านเส้นชัยถ้าทำเวลาได้ไม่เกิน ๕.๕ วินาที จะได้คะแนนเต็มถ้าทำเวลาได้ ๗ วินาที จะได้คะแนนครึ่งหนึ่ง(๕) วิ่งระยะไกล (๑,๐๐๐ เมตร)ท่าเตรียม ผู้ทดสอบยืนอยู่หลังเส้นเริ่ม เตรียมตัวปฏิบัติท่าปฏิบัติ เมื่อได้ยินสัญญาณให้ผู้ทดสอบเริ่มวิ่งจากเส้นเริ่มไปตามทางวิ่งจนสิ้นสุดระยะทางโดยผ่านเส้นชัยถ้าทำเวลาได้ไม่เกิน ๓.๑๘ วินาที จะได้คะแนนเต็มถ้าทำเวลาได้ ๔.๓๒ วินาที จะได้คะแนนครึ่งหนึ่งผู้ที่สอบวิ่งระยะไกลทำเวลาเกินกว่า ๕ นาที ๒๒ วินาที หรือวิ่งไม่ถึง จะไม่รวมคะแนนการสอบพลศึกษาทุกประเภท และถือว่าสอบพลศึกษาตก(๖) ยืนกระโดดไกล ท่าเตรียม ผู้สอบยืนบนพื้นที่เรียบหลังเส้นกระโดด ปลายเท้าทั้งสองชิดเส้น หันหน้าไปทางทิศทางที่จะกระโดดท่าปฏิบัติ เมื่อได้ยินสัญญาณให้เริ่มปฏิบัติ ให้ผู้ทดสอบกระโดดไปข้างหน้าให้ได้ระยะไกลที่สุด (โดยใช้การแกว่งแขนช่วย) วัดระยะทางการกระโดดจากเส้นกระโดดไปยังจุดที่ส้นเท้าลงบนพื้นไกลเส้นเริ่มต้นมากที่สุดถ้ากระโดดได้ไกล ๒.๕ เมตร จะได้คะแนนเต็มถ้ากระโดยได้ไกล ๒.๒๕ เมตร จะได้คะแนนครึ่งหนึ่ง(๗) ว่ายน้ำ ๕๐ เมตรท่าเตรียม ผู้ทดสอบยืนที่ขอบสระพร้อมจะปฏิบัติท่าปฏิบัติ เมื่อได้ยินสัญญาณ ให้ผู้ทดสอบพุ่งตัวลงสระว่ายน้ำแล้วว่ายโดยเร็ว จนถึงขอบสระที่เป็นเส้นชัย การเข้าเส้นชัย ถือเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายแตะขอบสระที่เป็นเส้นชัยถ้าทำเวลาได้ไม่เกิน ๔๐ วินาที จะได้คะแนนเต็มถ้าทำเวลาได้ ๕๔ วินาที จะได้คะแนนครึ่งหนึ่งผู้ที่สอบว่ายน้ำทำเวลาเกินกว่า ๑ นาที ๒๐ วินาที หรือว่ายน้ำไม่ถึงเส้นชัย จะไม่รวมคะแนนการสอบพลศึกษาทุกประเภท และถือว่าสอบพลศึกษาตก(๘) วิ่งกลับตัว (วิ่งเก็บของ)ท่าเตรียม ผู้ทดสอบยืนอยู่หลังเส้นเริ่ม พร้อมจะปฏิบัติท่าปฏิบัติ เมื่อได้ยินสัญญาณให้ผู้ทดสอบวิ่งอย่างเร็วจากเส้นเริ่มไปหยิบท่อนไม้ ท่อนที่ ๑ ซึ่งวางอยู่ภายในวงกลมรัศมี ๑ ฟุต กลับมาวางภายในวงกลมหลังเส้นเริ่ม (ห้ามโยนท่อนไม้ ถ้าวางไม่เข้าวงกลมต้องเริ่มต้นใหม่) แล้วกลับตัววิ่งไปหยิบท่อนไม้ท่อนที่ ๒ แล้ววิ่งกลับผ่านเส้นเริ่มต้นไปโดยไม่ต้องวางไม้ท่อนที่ ๒ ลงถ้าทำเวลาได้ภายใน ๙.๕ วินาที จะได้คะแนนเต็มถ้าทำเวลาได้ภายใน ๑๑ วินาที จะได้คะแนนครึ่งหนึ่ง๒.๔ การวัดขนาดร่างกายและสอบสัมภาษณ์ เป็นการพิจารณารูปร่าง ลักษณะท่าทาง ความสมบูรณ์ของร่างกาย ความองอาจ ว่องไวและปฏิภาณไหวพริบ ตลอดจนคุณลักษณะอื่น ๆ ที่เหมาะสมจะเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรผลการสอบถือเกณฑ์ “ได้” หรือ “ตก” เท่านั้นไม่มีคะแนน ผู้ที่สอบตกหมายถึง ผู้ที่มีคุณลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการทหาร-ตำรวจชั้นสัญญาบัตร และจะตัดสิทธิไม่รับเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารโดยไม่คำนึงถึงคะแนนสอบข้อเขียนในวันสอบสัมภาษณ์จะทำการวัดขนาดร่างกายของผู้สมัครด้วย หากผู้สมัครมีร่างกายไม่ได้ขนาดตามที่กำหนดไว้ จะหมดสิทธิสอบสัมภาษณ์ทันทีการเตรียมตัวสอบ ๑ การสอบข้อเขียน๑.๑ จะต้องจดจำรหัสประจำตัวสอบ แผนผังที่นั่งสอบ และควรไปดูสถานที่สอบไว้ล่วงหน้า๑.๒ ผู้เข้าสอบจะต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย และต้องไปให้ตรงตามเวลาที่นัดหมาย เพื่อรอเรียกเข้าห้องสอบ หากเรียกเข้าห้องสอบและลงมือสอบไปแล้ว ผู้ใดที่ไปไม่ทันเวลาเริ่มลงมือสอบจะไม่ให้เข้าห้องสอบอย่างเด็ดขาด จะอ้างเหตุความจำเป็นใด ๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น๑.๓ ปัญหาข้อสอบเป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ และตรวจข้อสอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้สมัครจะต้องเตรียมปากกาหมึกสีดำหรือสีน้ำเงิน ดินสอดำชนิดอ่อนเบอร์ 2B ยางลบดินสอและอุปกรณ์สำหรับเหลาดินสอ เพื่อใช้ในการสอบ๑.๔ นำบัตรประจำตัวสอบ พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นใดที่ทางราชการออกให้ที่ติดรูปถ่ายของผู้สมัคร เช่น บัตรประจำตัวนักเรียนหรือบัตรประจำตัวนักศึกษา หรือใบขับขี่ เป็นต้น ไปแสดงควบคู่กันเพื่อเข้าสอบ และกรณีทำบัตรประจำตัวสอบหายจะต้องนำใบคำร้องแจ้งหายหรือสำเนาประจำวันของสถานีตำรวจที่ผู้สมัครแจ้งหายไปแสดงยังกองอำนวยการคุมสอบก่อนเวลาสอบไม่น้อยกว่า ๒ ชั่วโมง เพื่อขอออกบัตรแทน (ต้องนำมาแสดงทุกขั้นตอนของการสอบ) ๒ การสอบพลศึกษา การแต่งกายเข้าสอบวิ่งให้ผู้สอบนุ่งกางเกงขาสั้น หรือกางเกงกีฬาขาสั้น ส่วนการสอบว่ายน้ำให้เตรียมกางเกงว่ายน้ำไปด้วย ๓ การวัดขนาดร่างกายและสอบสัมภาษณ์ ให้เตรียมกางเกงขาสั้นหรือกางเกงกีฬาขาสั้นไปด้วย๔ การทดสอบบุคลิกภาพ ต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย และให้เตรียมเงินค่าธรรมเนียมการทดสอบบุคลิกภาพตามที่คณะกรรมการกำหนด๕ การตรวจร่างกายและตรวจสอบประวัติ ให้เตรียมเงินค่าตรวจและแต่งกายตามที่คณะกรรมการแพทย์กำหนดการปฏิบัติในการสอบ ๑ การขาดสอบข้อเขียน หรือขาดสอบพลศึกษาประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือขาดการทดสอบบุคลิกภาพ หรือขาดวัดขนาดร่างกายและสอบสัมภาษณ์ หรือขาดตรวจร่างกาย จะถือว่าผู้สมัครสละสิทธิในการสอบคัดเลือก ๒ ผู้ที่ทุจริตในการสอบหรือมีผู้ช่วยเหลือในการกระทำทุจรติ จะหมดสิทธิในการสอบทันที ๓ ในขณะเข้าห้องสอบ กรรมการคุมสอบจะค้นตัวผู้เข้าสอบทุกคน และจะไม่อนุญาตให้นำกระดาษทด หรือกระดาษร่าง หรืออุปกรณ์อื่นใดนอกจากเครื่องเขียนตามที่กำหนด เข้าห้องสอบเด็ดขาด ๔ ผู้เข้าสอบจะออกจากห้องสอบได้เมื่อหมดเวลาสอบเท่านั้น ถ้าผู้เข้าสอบคนใดฝ่าฝืนจะถือว่าผู้นั้นสอบตกทุกวิชาและหากมีข้อสงสัย กรรมการคุมสอบจะทำการค้นตัวก่อนให้ออกจากห้องสอบ
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2009 เวลา 04:18 น. |