|
โรคและความพิการที่ขัดต่อการเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ผู้สมัครเข้าศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหาร จะต้องไม่มีโรคและความพิการ ดังต่อไปนี้ ๑. ร่างกายผิดปกติหรือพิกลหรือพิการ ๑.๑ ศีรษะและหน้าผิดรูปจนแลดูน่าเกลียด ๑.๒ ผมบางหรือร่วงจนแลดูน่าเกลียด ๑.๓ รูปวิปริตต่าง ๆ (Malformation) ของริมฝีปาก หรือจมูก เช่น ปากหรือจมูกแหว่ง ริมฝีปากแบะ หรือเชิดจนน่าเกลียดหรือหุบลง ๑.๔ ซอกคอหรือซอกรักแร้ติดกัน ๑.๕ แขน ขา ๑.๕.๑ ยาวไม่เท่ากัน หรือผิดรูปจนมองเห็นได้ชัด ๑.๕.๒ โค้งเข้าหรือออก ๑.๕.๓ บิดเก ๑.๖ มือ หรือเท้า ๑.๖.๑ บิดเก ๑.๖.๒ นิ้วมือ หรือนิ้วเท้าด้วยถึงโคนเล็บ ๑.๖.๓ นิ้วมือ หรือนิ้วเท้ามีจำนวนเกินกว่า หรือน้อยกว่าปกติ ๑.๖.๔ นิ้วบิดเก และทำงานไม่ถนัด ๑.๖.๕ ช่องระหว่างนิ้วมือ หรือนิ้วเท้าติดกัน ๑.๖.๖ ร่างกายผิดรูปจนดูน่าเกลียด ๒. กระดูก และกล้ามเนื้อ ๒.๑ ข้อเคลื่อนไหวไม่สะดวกจนทำให้อวัยวะที่ติดต่อกับข้อนั้น ๆ ใช้การไม่ได้ดี ๒.๒ ข้อหลวมหลุดบ่อย ๆ ๒.๓ ข้ออักเสบจนกระดูกเปลี่ยนรูป ๒.๔ คอเอียง หรือแข็งทื่อเนื่องจากกระดูก หรือกล้ามเนื้อพิการ ๒.๕ กระดูกสันหลังคด หรือโกง หรือแอ่น ๒.๖ เท้าปุก (Club foot) ๒.๗ กระดูกอักเสบ (Osteomyelitis) ๒.๘ กระดูกหักต่อไม่ติด หรือติดแล้วแต่มีความพิการผิดรูป ๒.๙ กล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งเหี่ยวลีบ หรือดิสโทรฟี (Dystrophy) ๓. ผิวหนัง ๓.๑ โรคผิวหนังทุกชนิดซึ่งเป็นเรื้อรัง ยากต่อการรักษา หรือเป็นที่น่ารังเกียจต่อผู้อื่น ๓.๒ สิวบริเวณหน้า คอ หรือลำตัว ซึ่งเป็นมากจนแลดูน่าเกลียด ๓.๓ แผลเรื้อรังของผิวหนังซึ่งยากต่อการรักษา ๓.๔ แผลเป็น หรือปานที่หน้ามีเนื้อที่ตั้งแต่ ๑/๔ ของหน้าขึ้นไป หรือมีความยาวมากจนแลดูน่าเกลียด ๓.๕ เนื้องอก (Neoplasm) ที่หน้า มีขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ ๕ ซม. ขึ้นไป ๓.๖ แผลเป็น ไฝ ปาน รอยสัก หูด (Wart) หรือซิสต์ (Cyst) ที่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายซึ่งมีขนาดใหญ่ หรือมากจนแลดูน่าเกลียด ๓.๗ คนเผือก (Albino) ๓.๘ เนื้องอกเล็ก ๆ เป็นปุ่ม ๆ ที่ผิวหนังทั่วร่างกาย (Molluscum fibrosum) ๔. ตา ๔.๑ ตาเหล่ (Squint) จนปรากฏได้ชัด ๔.๒ ต้อกระจก (Cataract) ๔.๓ แผลเป็นที่กระจกตา หรือกระจกตาขุ่น (Corneal ulcer or opacity of cornea) ๔.๔ ลูกตาสั่น (Nystagmus) ๔.๕ หนังตาตก (Ptosis) หรือหนังตาม้วนออกนอก (Ectropion) หรือหนังตาม้วนเข้าใน (Entropion) ๔.๖ สายตาผิดปกติ ๔.๗ บอดสี ๔.๘ ขนตาย้อยเข้าข้างในหรือย้อยออกข้างนอก (Trichiasis or districhiasis) ๔.๙ หนังตาแหว่งจนเสียรูป ๔.๑๐ ขอบหนังตาอักเสบหรือเรื้อรัง ๔.๑๑ หนังตาปิดไม่สนิท ๔.๑๒ ซีสต์ ของหนังตา ๔.๑๓ ถุงน้ำตาอักเสบมาก ๔.๑๔ เยื่อตาอักเสบมากหรือรื้อรัง ๔.๑๕ ริดสีดวงตา (Trachoma) ๔.๑๖ ต้อเนื้อซึ่งงอกเข้าไปในลูกตาดำเกินกว่า ๑ มม. ๔.๑๗ ตาโปน (Exophthamos) จนเห็นได้ชัดแลดูน่าเกลียด ๕. หู คอ จมูก ๕.๑ ใบหูผิดขนาด หรือผิดรูปจนปรากฏชัด ๕.๒ ช่องหูชั้นนอกอักเสบอย่างเรื้อรัง หรือช่องหูชั้นกลางอักเสบ ๕.๓ เยื่อหูบุ๋มหวำ (Retracted ear drum) มากจนไม่สามารถเคลื่อนไหว ๕.๔ เยื่อหูทะลุ ๕.๕ การได้ยินเสียงของหูผิดปกติ ๕.๖ กระดูกมาสตอยส์อักเสบ ๕.๗ เคยผ่าตัดกระดูกมาสตอยส์ออกทั้งหมด (Padical mastoidectomy) ๕.๘ การพูดผิดปกติทั้งเสียง และการเคลื่อนไหวของริมฝีปาก ๕.๙ ความพิการที่ทำให้ลำคอทำงานไม่ได้ตามปกติ ๕.๑๐ เพดานโหว่ หรือเพดานสูงจนพูดไม่ชัด ๕.๑๑ ต่อมทอมซิลอักเสบเรื้อรังและโตมาก ๕.๑๒ จมูกบี้จนผิดปกติ หรือจมูกบี้เล็กน้อยและพูดไม่ชัด ๕.๑๓ จมูกโหว่ไม่มีโครง ๕.๑๔ ฝากั้นช่องจมูกคดหรือมีกระดูกยื่น หรืองอก (Septal deviatio Spurs and Ridges) หรือจมูกอักเสบชนิดโตขึ้น ทั้งหมดนี้จะต้องมีความผิดปกติมากกว่าครึ่งหนึ่งของช่องจมูก๕.๑๕ ฝากั้นช่องจมูกทะลุ ๕.๑๖ เยื่อจมูกอักเสบเรื้อรัง (Chronic rhinitis) ๕.๑๗ เนื้องอกในจมูก (Nasal polyp) ๕.๑๘ โพรงกระดูกข้างจมูกอักเสบ (Paranasal sinusitis) ๖. ฟัน ๖.๑ มีฟันไว้เคี้ยวอาหารได้ไม่ครบตามหลักเกณฑ์ คือ กำหนดให้มีฟันกราม (Molars) และฟันกรามน้อย (Premolars) อย่างน้อยข้างบน ๖ ซี่ ข้างล่าง ๖ ซี่ ฟันหน้า (Inciscors and canines) ข้างบน ๔ ซี่ ข้างล่าง ๔ ซี่ ฟันที่ถอนไปแล้วหากได้รับการใส่เรียบร้อยมั่นคงหรือด้วยวิธีทำสะพาน (Bridge) จึงให้นับเป็นจำนวนซี่ได้ ฟันตามจำนวนดังกล่าวข้างต้นนั้นจะต้องไม่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ๖.๑.๑ ฟันเป็นรูผุที่ไม่ได้รับการอุด หรืออุดด้วยวัตถุที่ไม่ถาวร ๖.๑.๒ ฟันที่อุดหรือทำครอบไม่เรียบร้อย ๖.๑.๓ ฟันน้ำนม ๖.๑.๔ ฟันตาย เว้นแต่คลองประสาทได้รับการอุดที่ถูกต้องแล้ว ๖.๑.๕ ฟันยาวผิดปกติ หรือขึ้นผิดที่ หรือเกจนไม่สามารถที่จะจัดให้สบกันได้กับฟันธรรมดาหรือฟันปลอม ๖.๑.๖ มีการทำลายอย่างรุนแรงของอวัยวะที่รองรับฟัน เช่น กระดูเหงือกเยื่อหุ้มรากฟัน ๖.๒ มีช่องว่างระหว่างฟันหน้าห่างจนแลดูน่าเกลียด ๖.๓ การสบของฟันที่ผิดปกติอย่างมาจนทำให้ใบหน้าผิดรูป หรือการเคี้ยวอาหารธรรมดาไม่ได้ผล ๖.๔ ถุงน้ำ (Cysys) การอักเสบที่เรื้อรัง โรคเหงือกอักเสบอย่างรุนแรง หรือพยาธิสภาพอื่น ๆ ในปาก เช่น ฟันคุด ฟันที่ยังไม่ขึ้น หรือฟันที่ขึ้นผิดที่ ซึ่งสภาพการเช่นนี้อาจทำให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะข้างเคียง หรือสุขภาพของผู้สมัคร ๗. ระบบหัวใจ และหลอดเลือด ๗.๑ หัวใจเต้นเร็วกว่า ๑๐๐ ครั้งต่อนาที หรือช้ากว่า ๕๐ ครั้งต่อนาที หรือมี เอ.วี.บล็อก (A.V.Block) หรือเต้นผิดปกติชนิดออริคิวล่าร์ไฟบริลเลชั่นหรืออริคิวล่าฟลัทเตอร์ (Auricular fibrillaton or Auricular flutter) ๗.๒ ความดันเลือดสูงกว่า ๑๔๐/๙๐ มม. ของปรอท หรือต่ำกว่า ๑๐๐/๕๐ มม. ของปรอท๗.๓ ลักษณะแสดงทาง อี.ซี.จี. ผิดปกติ ๗.๔ หัวใจมีขนาดโตมากผิดปกติ ๗.๕ หัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital heart diseases) ๗.๖ หัวใจวายและมีเลือดคั่ง (Congestive heart failure) ๗.๗ ลิ้นหัวใจพิการ ๗.๘ อนิวริซึม ของหลอดเลือดใหญ่ ๗.๙ หลอดเลือดดำขอดอยู่ที่ถุงอัณฑะ ขา หรือแขน ซึ่งเป็นมากจนเห็นได้ชัด ๘. ระบบหายใจ ๘.๑ หลอดลมอักเสบ ซึ่งกำลังปรากฏอาหารฟังได้ชัดเจน ๘.๒ หลอดลมอักเสบเรื้อรัง พร้อมกับมีถุงลมในปอดพอง (Chronic bronchitis with emphyscma) ๘.๓ เยื่อหุ้มปอดอักเสบ ๘.๔ หลอดลมขยายพอง (Bronchiectasis) ๘.๕ มีน้ำหรือหนองหรือลมในช่องเยื่อหุ้มอด ๘.๖ วัณโรคปอด (Pulmonary tubcrculosis) ๘.๗ ปอดอักเสบหรือมีพยาธิสภาพอื่น ๆ ๘.๘ หืด (Bronchial asthma) ๙. ระบบทางเดินอาหาร ๙.๑ ฟิลตูล่า (Fistula) หรือไซนัส (Sinus) ที่ผนังท้อง ๙.๒ ไส้เลื่อนทุกชนิด ๙.๓ ตับหรือม้ามโต ซึ่งตรวจพบโดยการใช้มือคลำ ๙.๔ ตับแข็ง (Cirrhosis of liver) ๙.๕ ฝีที่ตับ (Abscess of liver) ๙.๖ ดีซ่าน ๙.๗ ริดสีดวงทวารหนักที่เห็นได้ชัด ๙.๘ ทวารหนัก อักเสบ หรือส่วนสุดท้ายของลำไส้ปลิ้นออกมานอกทวารหนัก ๙.๙ ฝีคัณฑสูตร ๑๐. ระบบทางเดินปัสสาวะ อวัยวะสืบพันธุ์ รวมทั้งกามโรค ๑๐.๑ ไต กรวยไต อักเสบ หรือเสื่อม หรือหย่อน หรือพอง ๑๐.๒ นิ่ว ๑๐.๓ ผลการตรวจปัสสาวะมีไข่ขาว (Albumin) หรือน้ำตาล ๑๐.๔ องคชาติถูกตัดหรือขาด ๑๐.๕ อัณฑะไม่ลงมาที่ถุงอัณฑะหรือถูกตัดออก ๑๐.๖ ถุงน้ำที่ลูกอัณฑะ (Hydrocele) ๑๐.๗ อัณฑะอักเสบ (Orchitis) หรือท่ออสุจิอักเสบ (Eqididymitis) ๑๐.๘ อัณฑะเหี่ยวหด (Atrophy of testis) ๑๐.๙ กามโรค ๑๐.๑๐ ผลการตรวจน้ำเหลืองวินิจฉัยว่าเป็นกามโรค ๑๐.๑๑ กระเทย (Hermaphordism) ๑๑. ระบบจิตประสาท ๑๑.๑ โรคจิต (Psychosis) ๑๑.๒ จิตทราม (Mental deficency) ๑๑.๓ ใบ้ (Aphasia) ๑๑.๔ อัมพาต หรือการเคลื่อนไหวผิดปกติ ๑๑.๕ โรคลมชัก (Epilepsy) ๑๒. เบ็ดเตล็ด ๑๒.๑ โรคที่เกี่ยวกับแพ้สาร โรคต่อมไร้ท่อ โรคที่เกี่ยวกับเมตาโปลิซึม และโรคที่เกี่ยวกับโภชนาการ (Allergy Endocrine system, Metabolic and Nutritional diseases) ๑๒.๑.๑ ธัยโรทอกซิโคซิส ไม่ว่าจะมีคอพอกด้วยหรือไม่ (Thyrotoxicosis with or without goitre) ๑๒.๑.๒ โรคคอพอก (Simple goitre) ๑๒.๒.๓ โรคอ้วนพีจากต่อมไทรอยด์ (Myxebema) ๑๒.๒.๔ เบาหวาน (Deabetes mellitus) ๑๒.๒.๕ ร่างกายโตผิดปกติ (Acromegaly) ๑๒.๒.๖ โรคอ้วนพี (Odesity) ๑๒.๒ โรคของเลือดและอวัยวะก่อกำเนิดเลือด (Diseases of blood and forming organs) ผิดปกติอย่างถาวร และอาจเป็นอันตราย ๑๒.๓ โรคติดเชื้อ หรือโรคเกิดจากปาราสิต (Infectious and parasitic diseases) ๑๒.๓.๑ โรคเรื้อน (Leprosy) ๑๒.๓.๒ โรคเท้าช้าง (Filariasis) ๑๒.๓.๓ โรคคุดทะราด หรือรองพื้น (Yaws) ๑๒.๓.๔ โรคติดต่ออันตราย ๑๒.๔ เนื้องอก (Neoplasm) ๑๒.๔.๑ เนื้องอกไม่ร้ายที่มีขนาดใหญ่ ๑๒.๔.๒ เนื้องอกร้ายไม่ว่าจะเป็นแก่อวัยวะใด (Malignant Neoplasm of any organ) ๑๒.๕ โรคของต่อมน้ำเหลือง ๑๓. โรคติดยาเสพติด ๑๔. โรคเอดส์ (AIDS) ๑๕. โรคหรือความพิการใด ๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้แต่คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าไม่สมควรรับเป็นนักเรียนเตรียมทหาร
|