|
การเรียนให้ได้ดีต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง |
|
|
|
|
เขียนโดย A.Somkiat Sampan
|
|
วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2009 เวลา 05:35 น. |
การเรียนให้ได้ดีต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งการเรียนให้ได้ดีนั้นนักเรียนต้องทุ่มเทวิริยะอุตสาหะมุ่งมั่นตั้งอกตั้งใจเรียนเอามากๆ ทีเดียว นักเรียนแทบจะทุกคนอยากจะเรียนให้ได้ดีมีอนาคตที่รุ่งเรือง แต่ทำไมนักเรียนทุกคนทำกันไม่ได้? สงสัยไหมครับ? อาจารย์สังเกตจากตัวเอง จากนักเรียนที่สอบได้ จากเพื่อนเก่าๆของอาจารย์เอง จากนักเรียนที่สอบไม่ได้ จากสภาพแวดล้อมที่ผ่านมาและที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้นั้น ก็พอจะวิเคราะห์ออกมาได้ว่า การมีจิตใจที่เข้มแข็งเป็นคุณสมบัติแรกของการเรียนให้ได้ดีมีความสำเร็จ เพื่อนของอาจารย์ที่เคยเรียนที่ต่างจังหวัดมาด้วยกันจะมีความมุ่งมั่นขยันอดทน พัฒนาตนเองตลอดด้วยจิตใจที่เข้มแข็งอดทน จนสอบเข้าเตรียมทหารแล้วเรียนจนได้ที่ ๑ ติดแผ่นทองและได้ทุนไปเรียนต่อจนจบปริญญาเอก นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนทีเดียวว่าการมีจิตใจที่เข้มแข็งแน่วแน่นั้นจะทำให้เกิดความมุ่งมั่น เรียนแบบกัดไม่ปล่อย ไม่มีการวอกแวก ไม่มีจิตใจของผู้แพ้ ไม่คิดว่าตัวเองจะแพ้ สู้กับตัวเองสู้กับอุปสรรคขวากหนามที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ฟันฝ่าไปให้ถึงจุดหมาย ล้วนแล้วแต่ต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง ดั่งที่พุทธพจน์ที่ว่าทุกอย่างสำเร็จด้วยใจ ตัวอาจารย์เองก็เป็นในแนวนี้เช่นกัน แต่อาจจะเดินทางสายกลางมากกว่าท่าน จึงประสบผลสำเร็จใกล้เคียงกันเท่านั้น ทีนี้มาลองทำตามคำแนะนำของอาจารย์ดู มาฝึกใจให้เข้มแข็งกันนะครับข้อแรก ต้องเชื่อก่อนว่าใจเรานี้มีอิทธิพลสูงสุดต่อตัวเรา ใจเรานี้นั้นธรรมชาติได้ให้อำนาจมากับเรา ที่จะสามารถเลือกด้วยใจได้เอง ทุกคนสามารถเลือกได้ว่าจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไร หากลืมตามีสติสัมปชัญญะครบถ้วนเป็นปรกติดีแล้วย่อมเลือกได้เองทั้งสิ้น บางคนอาจจะเถียงว่าเลือกไม่ได้ ถูกสภาวะแวดล้อมบังคับ ที่คิดอย่างนั้นไม่ถูก ถึงแม้ว่าจะถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ตัดสินใจไป แต่คิดดูให้ดีไม่ใช่เพราะตัวเรารึ ที่นำพาตัวเราเองไปสู่จุดนั้น ข้อที่สอง ต้องทำใจให้เป็นกลางไม่เข้าข้างตนเอง ว่ากันไปตามความเป็นจริงที่เราจะมีปัญญาคิดได้ ขออย่าคิดเข้าข้างตนเองเป็นพอ ข้อที่สาม ต้องเชื่อในเหตุ-ผล หมั่นฝึกฝนตนเองหาเหตุ หาผลของทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ด้วยใจที่เป็นธรรมตามข้อสอง ข้อที่สี่ ฝึกตนเองให้มีสติรู้ตัวตลอด ติดตามความคิด คำพูด การกระทำของตนเองตลอด ทั้งการเรียนทั้งชีวิตประจำวัน หมั่นตรวจทาน ปรับปรุงแก้ไขตัวเองอยู่เสมอ ข้อที่ห้า ฝึกฝนหักห้ามใจตนเองอยู่เป็นประจำ อย่าปล่อยให้ตนเองตามใจตนเองมากนัก หัดฝืนใจทำในสิ่งที่ให้ผลดีกว่า ถึงแม้ไม่ถูกใจแต่ถูกต้อง ควรจะเป็น ควรจะทำมากกว่า ข้อนี้รวมไปถึงการฝึกสมาธิ ตัดใจไม่คิดฟุ้งซ่านด้วยนะ ข้อที่หก เชื่อมั่นในกฎที่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราล้วนแล้วแต่มีผลมาจากเราทั้งสิ้นและเชื่อมั่นในการทำความดี มีจิตใจที่เบิกบานเมื่อได้ทำความดี มีกำลังใจเต็มร้อยข้อที่เจ็ด ฝึกฝนตนเองด้วยการทำตามข้อหนึ่งถึงหก กับการเรียน กับชีวิตประจำวันของตนเอง ทำทุกวัน อาจจะลองฝึกทำกับของง่ายๆ ที่เห็นผลทันตาก่อนก็ได้ ทำให้ครบถ้วนแล้วจะเห็นผลว่าเป็นอย่างไร หากได้ผลดีก็ค่อยขยายผลต่อไป อย่าลืมนะครับฝึกคิดฝึกทำทุกว้นตัวอย่างที่ใกล้ตัว การสอบเข้าเตรียมทหารที่จะถึงนี้ ข้อแรก ใจเราต้องสู้ ใจเราต้องเลือกที่จะเรียนให้หนัก เลือกที่จะเตรียมการให้ดีมากกว่าจะเลือกเล่นเกมส์ วิเคราะห์ตัวเองด้วยใจเป็นกลางว่าตัวเราอ่อน ตัวเราเก่งเรื่องอะไร อะไรที่ยังไม่รู้เรื่องก็ต้องทำให้รู้เรื่อง ไม่เข้าข้างตนเองว่ารู้แล้ว เก่งแล้ว แต่แท้ที่จริงไม่รู้อะไรสักอย่าง ต้องมีใจเป็นกลาง ไม่หลอกตัวเองตามข้อสอง หากจะสอบได้เราต้องเก่งจริงๆ จะสอบได้เราต้องทำข้อสอบได้เยอะๆ เราต้องมุ่งไปที่ทำเหตุนั้นให้ดี หาเหตุหาผล หาสาเหตุว่าข้อนี้เรื่องนี้ทำไมเราถึงทำไม่ได้ ทำตามข้อสาม หากวันนี้เรายังติดเล่นเกมส์อยู่ก็ต้องมีสติยั้งคิด ตอบคำถามด้วยเหตุผลดีๆ สิว่าเรายังเล่นเกมส์อยู่นี่นะ แล้วเราจะสอบได้ไหม ต้องฝึกถาม-ตอบตนเองให้ได้ หาเหตุผลดีๆ ที่ไม่เข้าข้างตนเองตามข้อสอง ดูสิว่าจะมีเหตุผลดีแค่ไหนที่เราจะเลือกทำในสิ่งนั้นสิ่งนี้ หากเรายังเลือกที่จะเล่นเกมส์ นั่นเป็นเพราะว่าเราเลือกที่จะเสี่ยงกับการสอบเข้าเตรียมทหารไม่ได้ ว่ากันด้วยเหตุและผล ที่ว่ามานี้เราว่ากับตัวเองนะครับ ฝึกตัวเองนะครับ ไม่ได้ไปตอบคำถามของใครหรอก ตอบตัวเราเองนี่แหละ ถ้าจะอายก็อายตัวเราเองนี่แหละ ถ้าจะสาแก่ใจที่เลือกทำผิดก็สาแก่ใจตัวเองนี่แหละที่เลือกอย่างนั้น ก็ต้องฝึกหักห้ามใจตามข้อห้า ฝึกฝืนใจไม่เล่นเกมส์ดู ดูสิว่ามันจะตายแดดิ้นลงไปไหม ในขณะฝืนใจตัวเองก็อย่าลืมสังเกตใจตัวเองด้วยว่าเป็นอย่างไร เมื่อลองทำได้ครั้งหนึ่ง เราก็จะมีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้น ทำได้หลายๆครั้ง เราก็จะบังคับวิถีชีวิตของเราเองได้ แล้วฝืนใจไปอ่านหนังสือเตรียมสอบดู หากทำไม่ได้ลองหาเหตุผลดูว่าทำไมต้องทำอย่างนี้ ทำไมถึงไม่ทำอย่างนั้น หาคำตอบที่ดีๆ ให้ตนเองให้ได้ เมื่อฝืนใจอ่านหนังสือได้บ่อยๆ เราก็จะเกิดความเชื่อมั่นในผลที่เกิดขึ้น หากมีผลทันตาเห็นก็จะยิ่งเชื่อมั่นว่าเป็นผลที่เราทำเอง หมั่นทำทุกวัน เราก็จะพร้อมมากขึ้นทุกวัน สิ่งที่เราไม่รู้ก็จะยิ่งลดน้อยลงไปทุกวัน การที่เราจะสอบได้ก็จะใกล้ความจริงขึ้นมาทุกวันเช่นกัน อย่าลืมนะครับว่า การเดินทางไกลแค่ไหน ก็ต้องเริ่มต้นเดินทางด้วยกันทั้งนั้น ขอให้มุ่งมั่นทำไป ทำทุกวัน อย่าใจร้อนอยากเห็นผลทันตา เราต้องยอมรับว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ มันค่อยเป็นค่อยไป ได้ผลแน่นอน ตามข้อหก เมื่อตอนเด็กๆ อาจารย์จะฝึกฝนตนเองให้คิดแก้ปัญหาโจทย์เกี่ยวกับการเรียนตลอดเวลา โจทย์คณิตศาสตร์บางข้อ ในตอนนั้นจะคิดหาเหตุหาผล หาคำตอบ บางที่เป็นวัน เพราะค่อยคิดค่อยทำทีละเล็กละน้อย พอเรียนวิชาอื่นเราก็หยุดคิดแก้โจทย์ พอว่างเว้นจากวิชาอื่น เราก็กลับมาคิดต่อ หัดเป็นนักคิด เมื่อคิดได้จึงจะไปดูเฉลยว่าถูกต้องไหม วิธีการเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร วิธีไหนเข้าท่ามากกว่ากัน อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ ต้องลองทำดู เมื่อได้เคยทำแล้วมันก็จะง่าย ขอให้กำลังใจนะครับ เริ่มทำเสียตั้งแต่วันนี้ที่มีโอกาส ก่อนที่จะโอกาสนั้นจะหมดไป
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2009 เวลา 07:42 น. |