|
ของฝากจากฮาวาย-ทำไมเขาถึงทันสมัยกว่าเรา |
|
|
|
|
เขียนโดย A.Somkiat Sampan
|
|
วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 05:56 น. |
|
ของฝากจากฮาวาย-ทำไมเขาถึงทันสมัยกว่าเรา กลับมาจากการราชการต่างประเทศที่ฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา มีของมาฝากที่น่าคิด...นิดหนึ่ง ความทันสมัยนั้นมีหลายอย่างนะครับ ไม่ใช่แต่เฉพาะความทันสมัยทางวัตถุเพียงอย่างเดียว ยังมีความทันสมัยทางด้านสังคมวัฒนธรรม ความทันสมัยทางการเมืองอีกด้วย พวกเรามักจะคิดแค่ทางวัตถุอย่างเดียว ... สิ่งที่ได้ประสบมานั้น อยากจะบอกต่อ... สิ่งแรก เกิดขึ้นในวงสนทนาระหว่างรับประทานอาหารกับผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของกองกำลังภาคพื้นแปซิฟืกท่านหนึ่ง ท่านเคยมาเมืองไทยหลายครั้ง เข้าร่วมการฝึก Cobra Gold ที่เรารู้จักกันดีนะครับ ท่านถามก่อนว่าบ้านเมืองเราเป็นอย่างไรบ้าง เรียนร้อยดีไหม อาจารย์ก็ตอบไปทำนองที่ว่า ก็ OK คนไทยเราน่าจะชินกับสถานการณ์ที่ประสบอยู่แล้ว และได้ถามท่านว่าสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยที่เจริญ ทำอย่างไรถึงสร้างความทันสมัยทางด้านการเมืองได้? ท่านก็ตอบอย่างถ่อมตัวว่า ประเทศสหรัฐอเมริกานั้นเป็นประเทศใหม่ สร้างมาแค่สองร้อยกว่าปี ยังต้องเรียนรู้กันอีกมาก แม้แต่ตอนนี้ก็ยังอยู่ในกระบวนการวิวัฒนาการกันอยู่ตลอดเวลา ก็ถามท่านต่อว่า บ้านเมืองเขามีปัญหาการกระทบกระทั่งทางการเมืองเหมือนบ้านเราไหม? ท่านก็ตอบว่า อย่างที่รู้กันอยู่ว่าคนอเมริกันนั้นจะมีความเห็นทางการเมืองแบ่งเป็นดิโมแครตกับริพับบิกันอย่างชัดเจน แต่ก็จะมีคนอเมริกันเป็นส่วนมากที่อยู่ตรงกลาง ในการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกาที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายเล่นกันรุนแรงมากกว่าครั้งไหนๆ สื่อเลือกฝ่ายชัดเจน แต่สิ่งที่สำคัญคือว่า ทุกฝ่ายถือเอาประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ถึงแม้ว่าจะฟัดกันเต็มที่ในระหว่างการเลือกตั้ง แต่พอรู้ผลการเลือกตั้ง ก็จะยอมรับกัน ยอมให้ฝ่ายชนะปกครองบริหารบ้านเมืองและให้การช่วยเหลือเมื่อเป็นผลประโยชน์ของชาติ เรียกว่าไม่มีการแบ่งฝ่ายเมื่อต้องไปสู้รบกับต่างประเทศ เรียกว่าถือเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ถามท่านต่อว่าประเทศของเขาทำอย่างไร ถึงทำได้ขนาดนี้ ท่านก็ตอบว่าเป็นกระบวนการทางสังคมการเมืองที่ยาวนาน ต้องเรียนรู้กันไป ปรับตัวปรับใจ ปรับกันไปโดยให้คำนึงถึงประโยชน์ของชาติเป็นหลัก แม้แต่สหรัฐอเมริกาก็ยังต้องปรับตัวตลอดเวลา การแบ่งฝ่ายทางความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันนั้นเป็นธรรมดาของประชาธิปไตย แต่กุญแจสำคัญมีอยู่ว่า ทำอย่างไรที่แต่ละฝ่ายมีความอดทนพอที่จะฟังความคิดเห็นที่แตกต่างออกไปได้ตลอด ยอมที่จะฟังความเห็นที่แตกต่างได้อย่างสงบ เรียกว่าให้เกียรติในความเห็นที่แตกต่างของกันและกัน ถามท่านต่อว่ามีไหม พวกที่ไม่ยอมแม้กระทั่งจะเปิดรับฟังจากอีกฝ่ายหนึ่ง (พวกที่ชอบเปิดดู เปิดฟังแต่เพียงข้างเดียว รับข้อมูลข่าวสารข้างเดียว) ท่านก็ตอบว่าที่อเมริกาก็มีพวกสุดโต่งทางการเมืองเหมือนกัน แต่ท่านบอกว่าความสำคัญอยู่ที่ว่ายังมีคนอเมริกันที่อยู่ตรงกลางอีกเป็นส่วนใหญ่ที่พร้อมจะเปลี่ยนไปเลือกอีกพรรคหนึ่งเมื่อเห็นว่าการบริหารบ้านเมืองตามแบบพรรคการเมืองหนึ่งประเทศชาติล่มจมแน่ ประชาชนเดือดร้อน ไม่ใช่ผลประโยชน์ของประเทศชาติแน่ ทำอะไรเกินไป เขาก็จะเปลี่ยนใจไปเลือกอีกพรรคหนึ่งได้เมื่อถึงการเลือกตั้งในครั้งถัดไป (ที่สหรัฐอเมริกาจะไม่มีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ถามท่านว่าหากเลือกผิดแล้วทำอย่างไร ท่านบอกว่าคนอเมริกันก็ต้องอดทนรอที่เลือกใหม่ในการเลือกตั้งครั้งใหม่ จะเลือกตั้งกันทุกๆสี่ปี) อย่างการเลือกตั้งที่ผ่านมาที่บางรัฐเปลี่ยนจากพรรคเดิมไปเลือกอีกพรรคหนึ่ง ความสำคัญไปอยู่ที่ว่าทำอย่างไรถึงจะให้ประชาชนคิดถึงผลประโยชน์ของชาติของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง มีความอดทนที่จะฟังความคิดเห็นทางการเมืองที่ต่างจากตนเอง และฉลาดมากพอที่จะตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีให้กับประเทศชาติได้ ท่านย้ำหลายครั้งว่าในฐานะประเทศที่มีอายุไม่มาก ก็จะต้องพัฒนากันต่อไป ไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดของการพัฒนานั้นอยู่ตรงไหน แต่จะมุ่งมั่นพัฒนาให้ดีกว่าเดิมไปเรื่อยๆ ไม่มีวันสิ้นสุด... อ่านดูแล้วหันมามองตัวเราเอง หันมามองประเทศไทยที่เขาถือว่าเป็นประเทศที่เก่าแก่มากกว่าเขา... ในสายตาของเขานั้น เรามีสังคมวัฒนธรรมดีอยู่แน่นอน ไม่มีใครไม่อยากมาเที่ยวเมืองไทย อาจารย์คิดว่าในแง่ของประชาธิปไตยนั้น เรายังเป็นเบบี้ เรายังต้องพัฒนากันอีกเยอะ พวกเราก็อย่าลืม หัวใจของประชาธิปไตยนะครับ คือ การยอมรับฟังความเห็นที่แตกต่าง คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว พรรค พวก มากกว่าผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง เมื่อผลเลือกตั้งออกมาแล้ว ก็ยอมให้โอกาสฝ่ายชนะบริหารบ้านเมืองไปก่อน อยากเห็นนักการเมืองยอมรับผลการเลือกตั้ง แสดงความยินดีกับฝ่ายชนะ ยอมให้บริหารบ้านเมือง ให้การสนับสนุนในสิ่งที่เป็นประโยชน์ของชาติ คัดค้านในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ของชาติ รอโอกาสเลือกตั้งใหม่ อันเป็นตัวชี้วัดตัวหนึ่งของความทันสมัยทางการเมือง ก็อย่างที่ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของกองกำลังภาคพื้นแปซิฟืกท่านว่าไว้ ต้องวิวัฒนาการกันต่อไปนะครับ อดทน..อดกลั้น..ให้โอกาสบ้านเมือง..อย่าเห็นแก่ตัว..รับผิดชอบ...สร้างสมความสามารถ..ทำความดีเมื่อมีโอกาส... ขอให้ประเทศไทยจงเจริญ ..... อาจารย์สมเกียรติ
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 07:49 น. |