Main Menu
Polls
ถ้าเลือกได้ ท่านจะเป็นนักเรียนเหล่าไหน?
 
Login Form



PTT Oil Price
Bangkok Bank Currency Exchange Rate Thai
Welcome to the Frontpage
คุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ เท่านี้พอหรือยัง? PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย A.Somkiat Sampan   
วันจันทร์ที่ 09 พฤศจิกายน 2009 เวลา 06:08 น.
กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศนโยบายเร่งรัดการปฏิรูปการศึกษา โดยยึดคุณธรรมนำความรู้สร้างความตระหนักสำนึกในคุณค่าของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท์ สันติวิธี วิถีประชาธิปไตย พัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยง ความร่วมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบัน ศาสนาและสถาบันการศึกษา โดยมีจุดเน้นเพื่อพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดี มีความรู้ และอยู่ดีมีสุข
      ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนดังกล่าวมีความชัดเจน เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม "๘ คุณธรรมพื้นฐาน" ที่ควรเร่งปลูกฝัง ประกอบด้วย

๑) ขยัน

      ขยัน คือ ความตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ อดทน ความขยันต้องปฏิบัติควบคู่กับการใช้สติปัญญา แก้ปัญหาจนเกิดผลสำเร็จ

      ผู้ที่มีความขยัน คือ ผู้ที่ตั้งใจทำอย่างจริงจังต่อเนื่องในเรื่องที่ถูกที่ควรเป็นคนสู้งาน มีความพยายาม ไม่ท้อถอย กล้าเผชิญอุปสรรค รักงานที่ทำ ตั้งใจทำหน้าที่อย่างจริงจัง

๒) ประหยัด

        ประหยัด คือ การรู้จักเก็บออม ถนอมใช้ทรัพย์สิน สิ่งของแต่พอควรพอประมาณ ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ

      ผู้ที่มีความประหยัด คือ ผู้ที่ดำเนินชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย รู้จักฐานะการเงินของตน คิดก่อนใช้คิดก่อนซื้อ เก็บออม ถนอมใช้ทรัพย์สินสิ่งของอย่างคุ้มค่า รู้จักทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของตนเองอยู่เสมอ

๓) ความซื่อสัตย์

     ซื่อสัตย์ คือ ประพฤติตรงไม่เอนเอียงไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมีความจริงใจ ปลอดจากความรู้สึกลำเอียงหรืออคติ

    ผู้ที่มีความซื่อสัตย์ คือ ผู้ที่มีความประพฤติตรงทั้งต่อหน้าที่ ต่อวิชาชีพ ตรงต่อเวลา ไม่ใช้เล่ห์กล คดโกงทั้งทางตรงและทางอ้อม รับรู้หน้าที่ของตนเองและปฏิบัติอย่างเต็มที่ถูกต้อง

๔) มีวินัย

       มีวินัย คือ การยึดมั่นในระเบียบแบบแผน ข้อบังคับและข้อปฏิบัติ ซึ่งมีทั้งวินัยในตนเองและวินัยต่อสังคม

      ผู้ที่มีวินัย คือ ผู้ที่ปฏิบัติตนในขอบเขต กฏ ระเบียบของสถานศึกษา สถาบัน/องค์กร/สังคมและประเทศ โดยที่ตนเองยินดีปฏิบัติตามอย่างเต็มใจและตั้งใจ

๕) สุภาพ

     สุภาพ คือ เรียบร้อย อ่อนโยน ละมุนละม่อม มีกิริยามารยาทที่ดีงาม มีสัมมาคารวะ

    ผู้ที่มีความสุภาพ คือ ผู้ที่อ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานภาพและกาลเทศะ ไม่ก้าวร้าว รุนแรง วางอำนาจข่มผู้อื่นทั้งโดยวาจาและท่าทาง แต่ในเวลาเดียวกันยังคงมีความมั่นใจในตนเอง เป็นผู้ที่มีมารยาท วางตนเหมาะสมตามวัฒนธรรมไทย

๖) สะอาด

     สะอาด คือ ปราศจากความมัวหมองทั้งกาย ใจ และสภาพแวดล้อม ความผ่องใสเป็นที่เจริญตาทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น

     ผู้ที่ความสะอาด คือ ผุ้รักษาร่างกาย ที่อยู่อาศัยสิ่งแวดล้อมถูกต้องตามสุขลักษณะ ฝึกฝนจิตใจมิให้ขุ่นมัว จึงมีความแจ่มใสอยู๋เสมอ

 ๗) สามัคคี

     สามัคคี คือ ความพร้อมเพียงกัน ความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน ร่วมใจกันปฏิบัติงานให้บรรลุ ผลตามที่ต้องการเกิดงานการอย่างสร้างสรรค์ปราศจากการทะเลาะวิวาท ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน เป็นการยอมรับความมีเหตุผล ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ความหลากหลายในเรื่องเชื้อชาติ ความกลมเกลียวกันในลักษณะเช่นนี้ เรียกอีกอย่างว่า ความสมานฉันท์

     ผู้ที่มีความสามัคคี คือ ผู้ที่เปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รู้บทบาทของตนทั้งในฐานะผู้นำและผู้ตามที่ดี มีความมุ่งมั่นต่อการรวมพลัง ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเพื่อให้การงานสำเร็จลุล่วง แก้ปัญหาและขจัดความขัดแย้งได้ เป็นผู้มีเหตุผล ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิด ความเชื่อ พร้อมที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติ

๘) มีน้ำใจ

     มีน้ำใจ คือ ความจริงใจที่ไม่เห็นแก่เพียงตัวเองหรือเรื่องของตัวเอง แต่เห็นอกเห็นใจเห็นคุณค่าในเพื่อน มนุษย์ มีความเอื้ออาทรเอาใจใส่ ให้ความสนใจในความต้องการ ความจำเป็น ความทุกข์สุขของผู้อื่น และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน

     ผู้ที่มีน้ำใจ คือ ผู้ให้และผุ้อาสาช่วยเหลือสังคสม รู้จักแบ่งปัน เสียสละความสุขส่วนตน เพื่อทำประโยชน์แก่ผู้อื่นเข้าใจ เห็นใจ ผู้ที่มีความเดือดร้อน อาสาช่วยเหลือสังคมด้วยแรงกาย สติปัญญา ลงมือปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหา หรือร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้เกิดขึ้นในชุมชน

ในสภาวการณ์ปัจจุบัน คุณธรรมเท่านี้คิดว่ายังไม่พอ ยังขาดอะไรในบางส่วนที่จะทำให้ประเทศชาติโดยรวมดำรงอยู่ได้ หากแต่ผู้คนในสังคมยังเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2009 เวลา 03:36 น.
 
เรียนที่นี่ได้อะไร PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย A.Somkiat Sampan   
วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2009 เวลา 00:23 น.

เรียนที่นี่ แล้วได้อะไร?

สำหรับนักเรียน : จะไดัรับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีและทั่วถึง จะได้รับการฝึกศึกษาด้านวิชาการที่เข้มข้น มีการฝึกทำความเข้าใจโจทย์ปัญหา ให้แจ่มแจ้ง ทะลุปรุโปร่ง แนะนำมุมมอง ข้อสังเกต ทุกโจทย์มีจุดเริ่มต้น มีจุดสังเกตอยู่ จะได้มองเห็น ภาพรวม ของปัญหา ได้แจ่มแจ้ง สิ่งใดที่ โจทย์ถาม สิ่งใดที่โจทย์ให้มา จะสอนหลักการทฤษฎี ความรู้เกี่ยวกับทุกเรื่องที่จะนำไปสอบ อย่างเป็นเหตุเป็นผล จะมุ่งเน้นให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจก่อนที่จะจดจำเสมอ ใช้หลัก ก่อนที่จะจำ ให้ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้เสียก่อน ทุกเรื่องราวมีหลัก มีเกณฑ์ มีองค์ความรู้ มีทฤษฎีที่เกี่ยวข้องอย่างไร จะได้รับการอธิบายอย่างละเอียด นอกจากฝึกให้เข้าใจปัญหา ให้มีความรู้ดีในเรื่องนั้นๆ แล้ว จะแนะนำแนวคิดในการแก้ปัญหา จะสอนให้คิดเป็น จะฝึกให้ใช้ความคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล จนแก้ปัญหาโจทย์ได้เอง จะสอนเทคนิค การลัดขั้นตอน เพราะนอกจากจะเน้นว่า ทำได้ถูกต้องแล้ว จะต้องทำให้ทันเวลาด้วย จะสอนในหลากหลายวิธี หลากหลายมุมมอง ฝึกให้มองปัญหาในหลายๆด้าน ให้ครอบคลุม ให้ละเอียด ได้รับการปรับแนวคิด แง่คิด ให้รู้จักมองตัวเอง สำรวจตัวเอง ฝึกให้มีสติและสมาธิ คอยตรวจตราว่า ที่เข้าใจนั้น เข้าใจถูกต้องไหม? ที่คิดอยู่นั้น คิดถูกไหม? และที่ลงมือทำลงไปแล้วนั้นถูกต้องไหม? นอกจากนี้ จะได้รับการอบรม สั่งสอน ให้เป็นคนดี มีเกียรติ มีศักดิ์ศ ปลูกฝังแนวคิดที่ใช้ชีวิตแบบทหาร ที่ต้องคิดถึงส่วนรวมเป็นที่ตั้งในแทบทุกเรื่อง เพราะเรารับนักเรียนจำนวนน้อย เราจึงทำอย่างนี้ได้ เพราะเรามีครูอาจารย์ที่ดีมีความรู้ ความสามารถจริง เราจึงทำอย่างนี้ได้ นักเรียนจึงสามารถสอบถามข้อข้องใจได้อย่างทั่วถึง นักเรียนถามนั้น ไม่กลัวหรอก กลัวแต่จะไม่ถาม โดยเฉพาะอาจารย์สมเกียรติ จะอยู่กับนักเรียน จะนอนกับนักเรียน นักเรียนสามารถสอบถาม ให้อธิบายได้จนถึงเวลาเข้านอน ดึกดื่นเพียงใดไม่ว่า ขอเพียงนักเรียนได้รู้ได้เข้าใจ เพื่ออนาคตของนักเรียน เราทำได้ ขอเพียงแต่นักเรียน ให้ความร่วมมือ เชื่อฟังคำแนะนำสั่งสอน ยอมรับและปรับปรุงในส่วนที่แนะนำไป พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา นักเรียนจะประสบความสำเร็จ ดั่งที่ตั้งใจไว้ แน่นอน
สำหรับผู้ปกครอง : จะได้ความสบายใจ ไม่ต้องกังวลในความเป็นอยู่ ความปลอดภัยของลูกหลานที่มาเรียนกับเรา นักเรียนบางคนยังไม่เคยไป นอนค้างที่ไหนมาก่อน ก็หมดห่วงได้ ถ้ามาเรียนกับเรา เราดูแลให้ นักเรียนเรียนเป็นเวลา เล่นเป็นเวลา กินเป็นเวลา พักเป็นเวลา นอนเป็นเวลา เราจะฝึกจะฝนให้ลูกหลานของท่าน เป็นคนเก่ง คนดี มีความสามารถ มีศีล มีธรรม เราจะฝึกฝนให้ลูกหลานของท่าน เป็นคน ไม่แสบ ไม่โง่ และไม่แล้งน้ำใจ เราจะมุ่งมั่น อบรม สั่งสอน ฝึกฝน ลูกหลานของท่าน ให้มีความรู้ความสามารถมากเพียงพอที่จะสอบแข่งขันเข้าโรงเรียน เตรียมทหารให้ได้ เรามีความมุ่งมั่นที่จะสร้างคน จะสร้างอนาคตที่ดี ให้กับนักเรียน เราทราบดีว่าเงินทองเป็นของหายาก ในเมื่อเราอาสาแล้ว เราทุ่มเทเต็มที่ ทั้งๆที่รู้ว่าลูกหลานของท่านบางคนอาจจะยังไม่พร้อมทั้งร่างกาย จิตใจและความรู้ ความสามารถ แต่เราจะยังทุ่มเทให้เกินร้อย เราจะมุ่งมั่นอบรมสั่งสอนให้การฝึกศึกษาและคอยด้วยความหวังว่าลูกหลานของท่านจะพร้อมและมีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะสอบเข้าเตรียมทหารได้ ถึงแม้เราไม่ได้เป็นองค์กรของรัฐ แต่บุคลากรของเราก็เป็นคนของรัฐ เราจะไม่เป็นโรงเรียนกวดวิชาที่มุ่งเป็นธุรกิจการศึกษา เรามุ่งมั่นตั้งใจ ปั้นคนเก่ง คนดี มีน้ำใจ ให้กับสังคมส่วนรวมคือประเทศไทยเป็นที่ตั้ง อย่างน้อยลูกหลานของท่านจะต้องได้รับแนวคิด ได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ไม่มากก็น้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่อยู่กับเรา เราจะมีความสุขใจที่ได้เห็นศิษย์เก่าของเราประสบความสำเร็จ แม้ว่าบางคนสอบไม่ได้ แต่ไปได้ดีในแนวทางอื่น บางคนไปเรียนต่อวิศวะ ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย ก็แวะมาเยี่ยมมาเยือนเราอยู่เป็นประจำ ถ้าเราไม่ดีจริง ถ้าเราไม่ทำในสิ่งที่ดีๆจริงๆ ให้กับพวกเขา พวกเขาคงโกรธคงเกลียด ไม่อยากแม้แต่จะนึกถึง บางคนมาหา เอาของมาฝาก เอากระเช้ามาเยี่ยม เราซึ้งใจ เป็นทั้งกำลังใจและเป็นเครื่องยืนยันว่าเราได้มอบสิ่งที่ดีๆให้กับเขาไปแล้วจริงๆ เขาจึงเห็นคุณค่า ทำให้เรามีกำลังใจที่จะทำดีต่อไป มุ่งมั่นทำดีให้ยิ่งๆขึ้นไป เราทำอย่างนี้ได้ เพราะเรามีองค์ประกอบหลายอย่างที่เอื้ออำนวยให้เราสามารถทำได้ ก็ใช่ว่าทุกแห่งจะทำได้ เราอาจจะไม่มีตึกอาคารที่โอ่โถงที่หรูหรา ราคาแพง แต่เรามีดีอย่างอื่นมาทดแทน แก่นแท้ของการเรียนการฝึกการฝนจนสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารได้ ไม่ใช่อยู่ที่ตึก ไม่ใช่อยู่ที่อาคาร แต่อยู่ที่ตัวนักเรียน อยู่ที่ครูอาจารย์ อยู่ที่กระบวนการฝึกศึกษา อยู่ที่ความพร้อมของผู้จะให้ความรู้ ความคิด ประสบการณ์ อยู่ที่ความพร้อมของผู้ที่จะรับความรู้ ความคิด ประสบการณ์ และอยู่ที่ความพร้อมของกระบวนการฝึกศึกษาที่จะสรรค์สร้างเสริมขีดความสามารถ ลดขีดจำกัดของนักเรียนต่างหาก ที่สำคัญกว่า ผู้ปกครองทั้งหลายต้องหาข้อมูลให้มากๆ ก่อนตัดสินใจ ผู้ปกครองควรตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริงให้มากที่สุด เราขอขันอาสา ปั้นดินให้เป็นดาว หากท่านให้โอกาสเรา มอบความไว้วางใจให้กับเรา เราขอขันอาสาแบกรับภาระอันหนักหน่วงนี้ไว้ รับรองท่านจะไม่ผิดหวัง จะดูแลลูกหลานของท่านเป็นอย่างดีและทั่วถึง รับรองจะผลักดัน สนับสนุน ทุกวิถีทางที่จะทำให้ลูกหลานท่านสมหวัง
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2009 เวลา 04:24 น.
 
เตรียมตัวอย่างไร PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย A.Somkiat Sampan   
วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2009 เวลา 22:50 น.

เตรียมตัวอย่างไร จึงจะสอบได้ ?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการสอบนี้ก่อนว่า เป็นการคัดเลือกเอาคนจำนวนหนึ่งไป จากผู้สมัครทั้งหมด โดยเอาคะแนนสอบมาจัดเรียงจากมากไปหาน้อย แล้วคัดเอาคนที่มี คะแนนอันดับหนึ่งถึงประมาณห้าร้อยคนไปสอบรอบสอง ดูเหมือนว่า เป็นการแข่งขัน ที่สูงมาก แต่แท้ที่จริงแล้ว เป็นการแข่งขันกับตัวเราเองแทบทั้งสิ้น อาจารย์หมายถึงว่า เราสู้กับตัวเราเองแหละ เราต้องทำให้ดีที่สุด สอบให้ได้คะแนนมากที่สุดดีที่สุดของตัวเราเอง นี่แหละ แล้วเขาจึงเอาผลการสอบที่ดีที่สุดของแต่ละคน มาเปรียบเทียบกัน ดีที่สุดของเรา ดีกว่าดีที่สุดของคนอื่นหรือเปล่า ถ้าจะเปรียบไปแล้ว การสอบแข่งขันนี้ เหมือนกับการแข่งขัน กอล์ฟ ตีให้ได้ดีที่สุด แล้วเอาผลที่ดีที่สุดมาเทียบกัน รู้อย่างนี้แล้ว กลัวอะไรละครับ การทำให้ดีที่สุดของเรา ทุกอย่างอยู่ในอำนาจการควบคุมของเราเองทั้งสิ้น จะสอบได้หรือไม่ อยู่ที่ตัวเราเองนี่แหละ ดีที่สุดของเราจะดีพอหรือไม่ ก็อยู่ที่ตัวเราเองนี่แหละ มีใจรัก พากเพียรเรียนวิชา มุมานะเอาใจใส่ ใช้ปัญญา ตรวจสอบ พัฒนา ปรับปรุง แก้ไข คือ หัวใจสู่ความสำเร็จมีใจรัก หมายถึง ตัวเรารักที่จะเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ชอบที่จะเป็น อยากที่จะเป็นพากเพียรเรียนวิชา หมายถึง มีความเพียรพยายามสูง ขยันขันแข็งในการเรียนมุมานะเอาใจใส่ หมายถึง มีความมุ่งมั่น ไม่ลดละ เอาใจใส่ในการเตรียมตัวตลอดเวลาใช้ปัญญา ตรวจสอบ พัฒนา ปรับปรุง แก้ไข หมายถึง รู้จักทบทวน ตรวจสอบสิ่งที่ได้ทำมาแล้ว มีใจที่เที่ยงธรรม ซื่อสัตย์ต่อตนเอง สามารถประเมินตัวเองได้ถูกต้อง แล้วรู้จักพัฒนา-ปรับปรุง-แก้ไข ให้สิ่งที่มีอยู่ให้ดียิ่งๆขึ้นไปได้  นี่แหละคือ หัวใจสู่ความสำเร็จ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งสิ้น อยู่ในการควบคุม บังคับด้วยตัวเราเองได้ทั้งสิ้น อย่างนี้แล้ว จะกลัวอะไรอีกหรือ? ถ้าจะกลัวหละนะ กลัวแต่ตัวเราเอง นี่แหละว่า จะไม่เอาจริง!!!

อาจารย์ สมเกียรติ สัมพันธ์

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2009 เวลา 14:04 น.
 
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 ถัดไป > สุดท้าย >>

หน้า 3 จาก 3
All Rights Reserved © skelaxin find people reverse phone